LET US HELP YOU ACHIEVE SUSTAINABLE SUCCESS FOR YOUR BUSINESS

with the expertise of our professional consulting team

ผม NINEPOLTHEP

ทำงานในด้านการขาย

มามากกว่า 15 ปี

เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ครูนาย พลเทพ มาศรังสรรค์

ที่ปรึกษาด้านการตลาด & การขาย

ด้วยประสบการณ์ขายที่ครู NinePolthep สั่งสมมามากกว่า 15 ปี ครูนายได้นำเอาประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสมมานำมาพัฒนาวิธีคิดและวิธีการ ที่มาจากประสบการณ์ตรงจากการเป็นนักขาย

ออกแบบหลักสูตรที่จะตอบโจทย์ ‘นักขายมือทอง’ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นที่ปรึกษาการขายให้กับผู้เข้าอบรม เสริมสร้างให้เป็น ‘นักแก้ปัญหา’ มากกว่าการเป็นเพียงแค่นักขาย เพิ่มพูนทักษะของการเป็นนักขายแบบที่ปรึกษาซึ่งเริ่มตั้งแต่การสร้างทัศนคติ ไปจนถึงการปิดการขาย ถ่ายทอดผ่านการบรรยายและลงมือปฏิบัติให้ผู้เรียนได้เห็นภาพชัดด้วย “PracticalKnowledge” เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงให้ความรู้ที่ได้รับกลายเป็นทักษะติดตัว

ธุรกิจที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนต้องไม่ได้มีดีเพียงแค่ 'พนักงานขาย'

แต่ 'กลยุทธ์' ต้องดีด้วย

กลยุทธ์ที่ดี คือกลยุทธ์ที่สามารถใช้งานได้จริงและเห็นผล เราจึงเข้าใจผู้ประกอบการทุกท่าน หลักสูตร The Canvas Extra จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาในหลายๆด้าน เพราะหลักสูตรจะสอนให้คุณได้ทำความเข้าใจถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อธุรกิจ และเรายังช่วยให้คุณค้นหาคุณค่าที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า เพราะหน้าที่ของเราคือ “ร่วมสร้างสรรค์เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน”

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 15 ปี ที่คลุกคลีอยู่ในสายงานการขายและการตลาด

"ผมจึงเข้าในความต้องการและปัญหาต่างๆ"

ของเหล่าผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงพนักงานขาย ผมจึงออกแบบการอบรมที่จะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถนำไปใช้งานได้จริง

Kevin Wu
Tanyalug Korkerdsup

Coach Kevin/Coach Joy

Founder & CEO

Managing Director

เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

พิมพ์ลดา วุฒิพัฒนศิริคุณ

ครูมิกซ์

ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้าน People & Organization Management Consultant

เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

สันต์ภพ พรวัฒนะกิจ

ทนายกอล์ฟ

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย ลีกัล มายด์ จำกัด ที่ปรึกษากฎหมายให้บริษัทสตาร์ทอัพ, SMEs และบริษัทมหาชน เลขานุการคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ

เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

Contact Us

ปรึกษาธุรกิจกับ NinePolthep

ลงทะเบียนตอนนี้

รับส่วนลดพิเศษ 1,000 บาท

เราคือเพื่อนคู่คิดธุรกิจ

ที่พร้อมขับเคลื่อนคุณสู่เป้าหมาย “อย่างยั่งยืน”

NinePolthep & Team

นาย พลเทพ มาศรังสรรค์

ที่ปรึกษาธุรกิจและการตลาด

อาจารย์นาย คือที่ปรึกษาที่ “เข้าใจคน” และ “เข้าใจธุรกิจ” อย่างลึกซึ้ง

ด้วยประสบการณ์กว่า 18 ปีในสายงานธุรกิจการขายและการตลาด ทำให้เขามองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ของธุรกิจได้อย่างแม่นยำ และสามารถแนะนำแนวทางที่ “เหมาะสม” และ ““ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจ” สำหรับแต่ละองค์กร

ที่มาของชื่อ NinePolthep

NinePolthep มาจากชื่อของผู้ก่อตั้ง นาย พลเทพ ซึ่ง “Nine” สื่อถึงความ สำเร็จและความสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนให้กับลูกค้า

NinePolthep สามารถ เปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย

เป็นการให้คำแนะนำจากใจจริง ที่มุ่งหวังอยากเห็น ธุรกิจของลูกค้าเจริญเติบโต โดยไม่ใช้คำพูดที่ดูสวย หรู ถูกหู ถูกใจผู้ฟังเท่าไรนัก หากแต่เป็นการนำเสนอ ตามข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ประมวลผลและกลั่นกรอง จากประสบการณ์ของทีมที่ปรึกษา

ที่ NinePolthep เรามี “ทีมที่ปรึกษา” ที่ช่วยออกแบบ วางแผน ตั้งแต่ฐานรากของธุรกิจ ต่อยอดไปเป็นองค์กรที่ แข็งแกร่ง สวยงาม และพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

NinePolthep สามารถ เปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย

พวกเรา คือทีมที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจ ที่ช่วยลูกค้าวางแผนตั้งแต่กลยุทธ์องค์กร บุคลากร แผนการปิดจุดอ่อน สร้างการเติบโต รวมถึงแผนการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เราเป็นมากกว่าเอเจนซี่ยิงแอดโฆษณาทั่วไป

เราพร้อมที่จะสนับสนุน
เดินเคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์

พร้อมช่วยแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่เพียงแค่ให้คำ ปรึกษา แต่เราทำงานเสมือนเป็น คู่คิดทางธุรกิจของ ผู้ประกอบการ ที่จะช่วยวางแผน ปรับกลยุทธ์ และแก้ ปัญหาเชิงลึก รวมถึงติดตามผลต่อเนื่อง และ พร้อม ปรับแผนให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เรามุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงลึก
และให้ความสำคัญกับการออกแบบ
กลยุทธ์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

โดยยึดเป้าหมายทางธุรกิจเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การยิง แอด แต่คือการวางแผนที่ใช้งานได้จริง และสามารถ สร้างยอดขายให้เติบโต

เราจะเดินเคียงข้าง ผ่านร้อน ผ่านหนาว ไปจนวันที่องค์กรธุรกิจของคุณเติบโต

พร้อมจะทะยานสู่ท้องฟ้ากว้างไกลด้วยตัวเอง ณ จุดนั้น พวกเราทีมงาน NinePolthep จะถอยไปเป็นกองเชียร์ ที่คอยเฝ้ามองดูการเติบโตของคุณอยู่ห่างๆ ด้วยกำลังใจ และความเชื่อมั่นว่าคุณจะสามารถโบยบินต่อไปอย่างแข็ง แรงและน่าภาคภูมิใจ ส่วนพวกเรา ก็จะขอมุ่งมั่น ผลักดัน SMEs รายต่อไป ให้เติบโตอย่างแข็งแรง ให้พร้อมจะบินขึ้น ฟ้า ติดตามรุ่นพี่ของพวกเขา ต่อไป นั่นคือความภาคภูมิใจของพวกเรา ชาว NinePolthep

NinePolthep เรามีประสบการณ์จริงจากการทำงานกับหลากหลายอุตสาหกรรม เราเน้นการสร้างผลลัพธ์ เสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและเติบโต มียอดขายเพิ่มขึ้นจริง

18 ปี+

18 ปี+

ประสบการณ์ของ Nine Polthep

1000

1000

ล้าน +

สร้างยอดขายให้กับ SMEs

2000

2000

ชั่วโมง +

อบรมพัฒนาบุคลากร

น้องก้าว

คุณหมอรักษาคนไข้ทางธุรกิจ

คือ นก อินทรี ที่คอยให้คำปรึกษาธุรกิจแบบรอบด้าน ด้วยมุมมองจากที่ สูง ทำให้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังสะท้อนบทบาท ในการรักษาจุดเจ็บปวดของลูกค้า ช่วย ตรวจอาการ โดยการฟังและแก้ไขปัญหาด้วยความใส่ใจ คล้ายกับแพทย์ ที่คอยช่วยเหลือผู้ป่วย

ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ที่คอยติดตาม อัพเดตเทรนด์ธุรกิจโลกต่างๆ น้องก้าวอยากนำเสนอความรู้ และมุมมองเรื่องธุรกิจ เพื่อสร้างแรงบันดาล ใจ ให้เพื่อนๆชาว NinePolthep

ความเชื่อของพวกเรา NinePolthep

PROUD

P - R - O - U - D

เรารู้สึกภูมิใจ

ในผลงานที่เรามอบให้กับลูกค้า ที่เราได้ช่วยสร้างความสำเร็จให้

เราใช้เทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อน

ในการสร้างสรรค์งานอันทรงคุณค่า เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ วางแผน และติดตามผล ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพื่อนำไปสู่ยอดขายและการเติบโต

เราไม่ทำให้ธุรกิจโตชั่วคราว

แต่เราสร้างระบบ กลยุทธ์ และแนวคิด ที่เจ้าของ ธุรกิจสามารถนำไป “ใช้ได้จริง” และ “เติบโตได้ต่อเอง” ในระยะยาว

เราสร้างจุดชนะให้กับลูกค้า

เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกภูมิใจในตัวเอง ว่าเขา สามารถทำเองได้ พวกเราเชื่อว่าคุณและทีมของ คุณจะเก่งขึ้นเมื่อร่วมทำงานกับเรา คุณจะเข้าใจธุรกิจของตัวเองอย่างลึกซึ้ง เห็น ภาพกว้างขึ้น และรู้ว่าต้องเดินไปทางไหน เพื่อ ที่คุณจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ การเติบโตแค่ในระยะสั้น

เราสนับสนุน “ความเป็นไทย”

พัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจไทย

และช่วยธุรกิจ SMEs ให้ไปไกลระดับโลก เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศของเรากันต่อไป

เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการวางแผนและการลงมือทำที่ถูกต้อง

ทุกธุรกิจมีศักยภาพในตัวเอง และเราต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณ ค้นพบจุดขาย วางกลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริง และเดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

CUSTOM

มายโอว์น

SUCCESS

NinePolthep & Team

ความสำเร็จของคุณที่ร่วมกันสร้างไปกับเรา

คือ ความภูมิใจทั้งของเราและของคุณ

เหตุผลที่เจ้าของธุรกิจ ควรเลือก

NinePolthep

My Ownership Pledge

Workshop ที่จะช่วยให้คุณออกแบบพฤติกรรมการเป็นผู้นำ ที่สร้างความรับผิดชอบ และเป็นแบบอย่างให้แก่ทีม

หัวหน้างาน (Supervisor/Team Leader)

ที่เพิ่งก้าวขึ้นมามีบทบาทในการบริหารทีม

ผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management)

ที่ต้องเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์จากผู้บริหารระดับสูง กับขับเคลื่อนการทำงานจริงของทีม

ผู้บริหารรุ่นใหม่

ที่ต้องการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ในทีม

ลงทะเบียนเรียน

เราพร้อมเดินไปกับคุณ เพื่อให้คุณไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ และนี่คือสิ่งที่ NinePolthep เชื่อมั่นและยึดถือมาตลอด

NinePolthep & Team

Our Team of Professionals

Research and Data Analytics Team

Business and Marketing Strategist Team

Creative Marketing Team

Graphic Designer Team

Consultant Team

ให้พวกเรา

เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจคุณ

Facebook

NinePolthep Consulting ที่ปรึกษาธุรกิจ การตลาด พัฒนาองค์กร

NinePolthep Consulting พวกเราใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ช่วยลูกค้าพัฒนาธุรกิจ การตลาด ในฐานะที่ปรึกษาด้านองค์กร กลยุทธ์ แผนการตลาด การยิงแอดโฆษณา และเพื่อนคู่คิดตลอดเส้นทางธุรกิจของคุณ

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons

เวลาที่ธุรกิจ SME กำลังสเกลยอดขายข้ามผ่านจุด 50 ล้านบาท สิ่งแรกที่ผู้ก่อตั้งต้องทำคือการ "ถอยออกมาจากการบริหารหน้างาน (Day-to-day)" และสร้างชั้นการบริหารระดับกลาง (Middle Management) ขึ้นมารองรับ
.
วิธีการที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เลือกใช้คือ... มองหาพนักงานที่ทำงานเก่งที่สุด ยอดขายสูงที่สุด หรือเชี่ยวชาญที่สุดในทีม แล้วเลื่อนขั้นให้เขาเป็น “ผู้จัดการ"
.
แต่ในมุมมองของการวางโครงสร้างองค์กร นี่คือการตัดสินใจที่มักจะนำไปสู่ความเสียหายถึง 2 เด้ง คือ คุณเสียคนทำงานระดับท็อปไป และคุณได้ผู้จัดการที่บริหารทีมไม่เป็นมาแทน
.
หากวิเคราะห์ถึงรากของปัญหา ทำไมการโปรโมตคนเก่งถึงทำให้ระบบพัง? นี่คือ 3 ปัญหาโครงสร้างที่ซ่อนอยู่
.
❌ [1] ทักษะหน้างาน (Hard Skills) ขัดแย้งกับ ทักษะบริหาร (People Skills)
ความสามารถที่ทำให้คนๆหนึ่งเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยม คือการโฟกัสที่งานของตัวเอง และทำมันให้สมบูรณ์แบบ แต่ความสามารถของผู้จัดการ คือการทำให้ "คนอื่น" ทำงานได้บรรลุเป้าหมาย เมื่อคนเก่งขึ้นมาเป็นหัวหน้า พวกเขามักจะหงุดหงิดที่ลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจ สุดท้ายจึงเลือกที่จะ แย่งงานลูกน้องมาทำเอง เพราะคิดว่าเร็วกว่า และดีกว่า ทำให้พวกเขาทำงานหนักจน Burnout ส่วนลูกน้องก็ไม่ได้พัฒนาทักษะ
.
❌ [2] ภาวะคอขวดที่ระดับกลาง (Middle-Management Bottleneck)
เมื่อผู้จัดการมือใหม่ไม่กล้า "มอบหมายอำนาจตัดสินใจ (Delegate)" อย่างเด็ดขาด ทุกการตัดสินใจในแผนกต้องวิ่งกลับมาประทับตราที่ผู้จัดการคนเดียว ทำให้กระบวนการทำงานช้าลงกว่าตอนที่ไม่มีผู้จัดการเสียอีก และเมื่อเกิดปัญหาใหญ่ พวกเขาก็จะวิ่งกลับไปหาเจ้าของธุรกิจให้ช่วยตัดสินใจอยู่ดี ทำให้คุณไม่สามารถหลุดพ้นจากหน้างานได้อย่างแท้จริง
.
❌ [3] โครงสร้างความก้าวหน้าที่บีบบังคับ (The Forced Career Path)
พนักงานเก่งๆ หลายคนไม่ได้อยากบริหารคน แต่พวกเขาอยากได้ "เงินเดือนที่สูงขึ้น" และ “การยอมรับ" โครงสร้างของ SME ส่วนใหญ่มักผูกการขึ้นเงินเดือนไว้กับตำแหน่งบริหาร (ต้องเป็นหัวหน้าถึงจะได้เงินเพิ่ม) ทำให้คนเก่งจำใจต้องรับตำแหน่งผู้จัดการทั้งที่ไม่ได้มีภาวะผู้นำ ผลลัพธ์คือการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ และอาจทำให้คนในทีมพากันทยอยลาออก
.
การแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่การเลิกโปรโมตคนเก่งครับ แต่ต้องแก้ที่ "การออกแบบ Career Path" ให้ชัดเจน
.
องค์กรที่เป็นมืออาชีพจะแยกโครงสร้างความก้าวหน้าออกเป็น 2 สาย คือ สายบริหารสำหรับคนที่มีทักษะนำคน และ สายผู้เชี่ยวชาญสำหรับคนที่เก่งหน้างาน เพื่อให้ยอดฝีมือสามารถเติบโต ได้ค่าตอบแทนระดับสูงได้ โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ไปคุมคนครับ
... See MoreSee Less

เวลาที�

"พี่อยากได้ระบบแบบบริษัทใหญ่ แต่พี่มีงบจ้างผู้จัดการแค่เดือนละ 25,000 นะ"
.
นี่คือคำขอกระจกสะท้อน "เพดานความคิด" ของเจ้าของ SME หลายคนที่อยากเติบโต แต่ไม่ยอมลงทุนกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "คน (Talent)”
.
การสเกลธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่แค่การปั๊มยอดขาย หรือเปิดสาขาเพิ่ม แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านจาก "ระบบทำมือ" ไปสู่ "ระบบอัตโนมัติ" ซึ่งคุณไม่สามารถคาดหวังให้พนักงานระดับปฏิบัติการ (Operator) มาเป็นคนออกแบบโครงสร้างระดับองค์กรได้
.
ถ้าคุณอยากทะลุเพดานร้อยล้าน นี่คือความจริงเรื่องคน ที่คุณต้องยอมรับให้ได้
.
🧠 [1] 1. เลิกจ้าง "คนรอรับคำสั่ง" แล้วเริ่มจ้าง “คนวางระบบ"
พนักงานทั่วไปคือคนที่รอให้บอสสั่งซ้ายหันขวาหัน ซึ่งเหมาะกับตอนที่บริษัทเพิ่งตั้งไข่ แต่การสเกลองค์กรไปร้อยล้าน คุณต้องการ "คนวางระบบ" (Professional) คือคนที่เดินเข้ามาแล้วกล้าบอกคุณได้ว่า "สิ่งที่ทำอยู่มันมั่ว ถ้าจะให้ยอดโต 3 เท่า เราต้องรื้อหลังบ้านใหม่แบบนี้ครับ...” คุณต้องกล้าจ่ายแพงเพื่อซื้อสมองมาคิดแทนคุณ ไม่ใช่ซื้อแค่แรงงานมาทำตามที่คุณสั่ง
.
⛓️ [2] จ้างคนเก่งมาแล้ว... ต้องเลิกทำตัวเป็นคอขวด
ความผิดพลาดคลาสสิกคือ จ้างผู้บริหารเงินเดือนแสนมาทำงาน แต่สุดท้ายอำนาจการอนุมัติโปรเจกต์หลักพันยังต้องรอให้ CEO เซ็น! ถ้าคุณจ้างคนเก่งมาแล้วไม่ยอมมอบอำนาจ ให้เขาตัดสินใจ คุณก็แค่เสียเงินจ้างพนักงานธุรการราคาแพงมาคนนึงเท่านั้น
.
🏢 [3] ยอมรับว่า "คนยุคบุกเบิก" อาจไปต่อไม่ได้ทุกคน
ข้อนี้เจ็บปวดแต่คือเรื่องจริง พนักงานที่ร่วมหัวจมท้ายมาตั้งแต่บริษัทตั้งไข่ อาจจะไม่ได้มีศักยภาพ หรือกรอบความคิดที่พร้อมจะดูแลองค์กรขนาด 100 ล้าน หน้าที่ของผู้นำคือการจัดสรรพวกเขาไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม (ที่ไม่ใช่คอขวดขององค์กร) และให้เกียรติพวกเขา ในขณะเดียวกันก็เปิดทางให้มืออาชีพคนใหม่เข้ามาบริหารจัดการแทน
.
คุณไม่สามารถสร้างธุรกิจ 100 ล้าน ด้วยเครื่องมือ และ Mindset ของธุรกิจ 10 ล้านได้ อยากได้ผลลัพธ์แบบมืออาชีพ... คุณต้องกล้าลงทุนสร้างทีมแบบมืออาชีพครับ
.
#NinePolthep #SMEThailand #ธุรกิจSME #ปัญหาธุรกิจ #ขยายธุรกิจ
... See MoreSee Less

พี่อยา�

ถ้ายอดขายมันวนจนเติบโตต่อไปถีงหลักร้อยไม่ได้
.
ลองทักมาพูดคุยกันนะครับ 😊
... See MoreSee Less

ปัญหาคลาสสิกของคนเก่งที่เพิ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้า คือความกลัวที่ว่า "ลูกน้องจะทำได้ไม่ดีเท่าตัวเอง" จึงเลือกที่จะลงไปคุมทุกรายละเอียด
.
ผลลัพธ์ที่ได้คือ... หัวหน้ากลายเป็น "คอขวด (Bottleneck)" ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนลูกน้องก็กลายเป็นแค่ "หุ่นยนต์ทำตามสั่ง" ที่ถูกริบความเป็นเจ้าของงานไปจนหมด
.
ถ้าหัวหน้าสั่งทุกกระเบียดนิ้ว ลูกน้องก็ไม่มีความจำเป็นต้อง "คิด" อีกต่อไป แล้วจะออกจากวงจรเดอะแบกนี้ได้อย่างไร?
.
คำตอบคือคุณต้องเปลี่ยนจากสาย Micro มาเป็นสาย Delegate (การมอบหมายงาน) อย่างแท้จริง
.
แต่นี่คือหลุมพรางที่หลายคนพลาด... การ Delegate ไม่ใช่การ "โยนงาน (Dump)" แล้วทิ้งขว้างให้ลูกน้องไปงมเอาเอง แต่การ Delegate ที่สมบูรณ์แบบ ต้องประกอบไปด้วย 4 กฎเหล็กนี้ครับ
.
✅ [1] บอกแค่ "WHAT" กับ "WHY" แต่ปล่อย "HOW"
ให้พวกเขาคิดเอง คุณต้องให้อิสระลูกน้องในการคิดและออกแบบเอง ยอมรับให้ได้ว่าวิธีการของเขาอาจจะไม่เหมือนคุณ 100% ตราบใดที่ผลลัพธ์ออกมาตรงตามเป้าหมาย
.
✅ [2] กำหนด "Checkpoints" ไม่ใช่ตามทุกขั้นตอน
เลิกทักไลน์ไปถามว่า "ถึงไหนแล้ว?" ทุกๆ สองชั่วโมง แต่ให้ตกลงกันล่วงหน้าเลยว่า เราจะอัปเดตงานกัน "เมื่อไหร่" และ "ตรงจุดไหน" (เช่น อัปเดตทุกวันศุกร์บ่าย หรือเมื่อจบเฟส 1) ระหว่างทางนั้นจงปล่อยให้เขาได้ลุยงานอย่างมีสมาธิ
.
✅ [3] มอบหมาย "อำนาจ" ไปพร้อมกับ "ความรับผิดชอบ"
การ Delegate ที่ล้มเหลวที่สุด คือการสั่งให้ลูกน้องไปทำงานใหญ่ แต่ไม่ให้อำนาจตัดสินใจอะไรเลย (ต้องวิ่งกลับมาขออนุมัติคุณทุกเรื่อง) ถ้ามอบหมายงานแล้ว คุณต้องมอบอำนาจ และทรัพยากร (งบประมาณ/กำลังคน) ให้เขาลุยหน้างานได้เองด้วย
.
✅ [4] สร้างพื้นที่ให้ "ล้มได้อย่างปลอดภัย"
ผู้นำที่แท้จริงต้องกล้าแลก! คุณต้องยอมรับผลงานที่สมบูรณ์แบบ 80% ที่ลูกน้องทำเอง ดีกว่าผลงาน 100% ที่คุณต้องลงไปคลุกฝุ่นทำแทนทั้งหมด เพราะความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ภายใต้กรอบที่คุณควบคุมได้ คือ "ค่าเทอม" ชั้นดีที่จะทำให้ลูกน้องคุณเก่งขึ้นในอนาคต
.
Micromanage คือการสร้าง "ผู้ตาม" ที่รอรับคำสั่ง Delegate คือการสร้าง "ผู้นำคนใหม่" ที่คิดและตัดสินใจแทนคุณได้
.
บทบาทของผู้นำไม่ใช่การเป็น "พนักงานที่เก่งที่สุดในทีม" อีกต่อไป แต่หน้าที่ของคุณคือการ "สร้างทีมที่เก่งกว่าคุณ" ต่างหากครับ
.
#NinePolthep #Leadership #Micromanagement #Delegation #ผู้นำยุคใหม่ #การบริหารคน #HR #พัฒนาตัวเอง
... See MoreSee Less

ปัญหาค�

เรามักจะได้ยินกระแสเรื่อง Quiet Quitting (การลาออกเงียบ) ที่พนักงานหันมาทำงานแค่ตามเงินเดือนกันบ่อยๆ แต่ในฝั่งของการบริหารจัดการ ก็มีวิชามารคลาสสิกที่น่ากลัวไม่แพ้กัน นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า "Quiet Firing" หรือ การบีบให้ออกเงียบๆ
.
Quiet Firing คือการที่หัวหน้างาน หรือองค์กร จงใจสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกไร้ค่า อึดอัด และกดดันจนทนไม่ไหว แล้วเลือกที่จะ “เดินไปเขียนใบลาออกเอง"
.
ทำไมผู้นำถึงใช้วิธีนี้? เหตุผลหลักคือเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าตรงๆ และที่สำคัญคือ... ไม่อยากจ่ายเงินค่าชดเชยเลิกจ้าง!
.
แต่นี่คือกลยุทธ์ที่แลกมาด้วยต้นทุนแฝงที่ทำลายล้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างมหาศาล
.
🚨 4 สัญญาณเตือน ของการทำ Quiet Firing
🔥 [1] ตัดโอกาสการเติบโต และริบงานสำคัญ : ไม่ถูกเชิญเข้าประชุมสำคัญ หรือโปรเจกต์ใหญ่ ให้ทำแต่งานรูทีนไร้ความหมาย
🔥 [2] แช่แข็งความก้าวหน้า : ไม่มีการขึ้นเงินเดือน ไม่โปรโมต และไม่ยอมให้ Feedback เพื่อพัฒนาใดๆ
🔥 [3] ตั้งเป้าให้พัง : โยนเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้มาให้ทำ ไม่ให้ทรัพยากรสนับสนุน เพื่อรอจับผิดเวลาทำงานพลาด
🔥[4] จับผิดทุกอณู : Micro Manage ทุกขั้นตอน เล็กๆ น้อยๆ ก็เอามาเป็นประเด็นบั่นทอนความมั่นใจ
.
ในระยะสั้น บริษัทอาจจะรู้สึกว่าตัวเอง "ชนะ" ที่ไม่ต้องจ่ายค่าเลิกจ้าง แต่รู้ไหมว่า ต้นทุนแฝงที่ต้องจ่ายมันแพงมหาศาล!
.
เพราะเมื่อเพื่อนร่วมงานคนอื่นเห็นว่าบริษัทใช้วิธีบีบคนออกอย่างเลือดเย็น "ความเชื่อใจ" ในองค์กรจะพังทลายลงทันที และบรรดาคนเก่ง (Talent) จะเป็นกลุ่มแรกที่ทยอยหนีตายจากองค์กรที่เป็นพิษแบบนี้
.
ทางออกของผู้นำที่เป็น "มืออาชีพ" คือการมีความกล้าหาญ ถ้าผลงานไม่ผ่าน ให้ทำแผนพัฒนา (PIP) คุยกันตรงๆ แบบให้เกียรติ ถ้าสุดท้ายไปต่อไม่ได้จริงๆ การเลิกจ้างอย่างถูกต้อง และจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย คือวิธีที่สง่างามที่สุด
.
การเลิกจ้างคนไม่ใช่เรื่องผิด... แต่การจงใจสร้างสภาพแวดล้อม Toxic เพื่อกดดันให้คนยอมแพ้ไปเอง คือความล้มเหลวของการเป็นผู้นำครับ
.
#NinePolthep #quitefiring #ผู้นำ #toxicorganization #การบริหารคน
... See MoreSee Less

เรามัก�

ในยุคนี้ การเห็นพนักงานเลิกงานตรงเวลาเป๊ะ หรือปฏิเสธงานนอกเหนือ Job Description อาจไม่ได้แปลว่าพวกเขา "ขี้เกียจ" เสมอไป
.
แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะ Quiet Quitting หรือการลาออกเงียบ
.
ถ้าการลาออกปกติ คือ การยื่นซองขาว และเดินจากไป... Quiet Quitting ก็คือการ "ลาออกทางใจ" ที่พนักงานยังคงมาทำงานตรงเวลา รับผิดชอบงานใน Job Description ได้ครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่อง แต่สิ่งที่พวกเขา "ปฏิเสธ" ที่จะให้บริษัทอีกต่อไป คือ ความทุ่มเทแบบถวายหัว พวกเขาเลิกเป็นเดอะแบก เลิกนำเสนอไอเดียใหม่ๆ และไม่รับความเครียดเพิ่มเติม
.
ซึ่งสาเหตุหลักมักไม่ได้เกิดจากตัวพนักงานเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลสะสมจากสิ่งแวดล้อมในการทำงานด้วย
.
💡 ความเหนื่อยล้าสะสม (Burnout) จากการถูกรุกล้ำเวลาพักผ่อน
💡 ผลตอบแทนไม่สอดคล้องกับความทุ่มเท (ทำ 150% แต่ได้รับเท่าคนทำ 100%)
💡 มองไม่เห็นโอกาสเติบโต
💡 ขาดการยอมรับ หรือมีหัวหน้างานแบบ Micromanagement
.
สำหรับผู้นำองค์กร และ HR ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องเรียกพนักงานมาตักเตือน แต่คือ "Wake-up Call" ที่บอกให้องค์กรต้องหันกลับมาทบทวนระบบการดูแลคน
.
✅ เปลี่ยนจาก Exit Interview (คุยเมื่อสาย) เป็น Stay Interview (คุยเพื่อดูแลใจในวันที่เขายังอยู่)
✅ ทบทวนโครงสร้างผลตอบแทนให้ยุติธรรม โปร่งใส
✅ เคารพ Work-life Balance อย่างแท้จริง
.
ท้ายที่สุดแล้ว... ความทุ่มเทของพนักงานไม่ได้เกิดจากการเรียกร้อง แต่เกิดจากการที่องค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขารู้สึก "มีคุณค่า" และ "คุ้มค่า" ที่จะทุ่มเทต่างหากครับ
.
#NinePolthep #QuietQuitting #การบริหารคน #HR #Leadership #วัฒนธรรมองค์กร #ผู้นำยุคใหม่
... See MoreSee Less

ในยุคน�
Load more

เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

ติดต่อเรา

SCAN THE QR CODE TO CONTACT

เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ