LET US HELP YOU ACHIEVE SUSTAINABLE SUCCESS FOR YOUR BUSINESS
with the expertise of our professional consulting team
ผม NINEPOLTHEP
ทำงานในด้านการขาย
มามากกว่า 15 ปี
เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ครูนาย พลเทพ มาศรังสรรค์
ที่ปรึกษาด้านการตลาด & การขาย
ด้วยประสบการณ์ขายที่ครู NinePolthep สั่งสมมามากกว่า 15 ปี ครูนายได้นำเอาประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสมมานำมาพัฒนาวิธีคิดและวิธีการ ที่มาจากประสบการณ์ตรงจากการเป็นนักขาย
ออกแบบหลักสูตรที่จะตอบโจทย์ ‘นักขายมือทอง’ เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นที่ปรึกษาการขายให้กับผู้เข้าอบรม เสริมสร้างให้เป็น ‘นักแก้ปัญหา’ มากกว่าการเป็นเพียงแค่นักขาย เพิ่มพูนทักษะของการเป็นนักขายแบบที่ปรึกษาซึ่งเริ่มตั้งแต่การสร้างทัศนคติ ไปจนถึงการปิดการขาย ถ่ายทอดผ่านการบรรยายและลงมือปฏิบัติให้ผู้เรียนได้เห็นภาพชัดด้วย “PracticalKnowledge” เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงให้ความรู้ที่ได้รับกลายเป็นทักษะติดตัว
ธุรกิจที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนต้องไม่ได้มีดีเพียงแค่ 'พนักงานขาย'
แต่ 'กลยุทธ์' ต้องดีด้วย
กลยุทธ์ที่ดี คือกลยุทธ์ที่สามารถใช้งานได้จริงและเห็นผล เราจึงเข้าใจผู้ประกอบการทุกท่าน หลักสูตร The Canvas Extra จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาในหลายๆด้าน เพราะหลักสูตรจะสอนให้คุณได้ทำความเข้าใจถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อธุรกิจ และเรายังช่วยให้คุณค้นหาคุณค่าที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า เพราะหน้าที่ของเราคือ “ร่วมสร้างสรรค์เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน”
ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 15 ปี ที่คลุกคลีอยู่ในสายงานการขายและการตลาด
"ผมจึงเข้าในความต้องการและปัญหาต่างๆ"
ของเหล่าผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงพนักงานขาย ผมจึงออกแบบการอบรมที่จะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถนำไปใช้งานได้จริง
Kevin Wu
Tanyalug Korkerdsup
Coach Kevin/Coach Joy
Founder & CEO
Managing Director
เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
พิมพ์ลดา วุฒิพัฒนศิริคุณ
ครูมิกซ์
ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้าน People & Organization Management Consultant
เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
สันต์ภพ พรวัฒนะกิจ
ทนายกอล์ฟ
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที่ปรึกษากฎหมาย ลีกัล มายด์ จำกัด ที่ปรึกษากฎหมายให้บริษัทสตาร์ทอัพ, SMEs และบริษัทมหาชน เลขานุการคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ
เป็นครูสอนทักษะการขายแบบที่ปรึกษา และยังเป็นครูสอน Business Model Canvas, วิทยากรในงานกิจกรรมต่างๆ และเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้แก่องค์กรธุรกิจที่ไว้วางใจ ให้ผม NinePolthep ได้สั่งสมประสบการณ์สอนเพื่อทำการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
NinePolthep & Team
นาย พลเทพ มาศรังสรรค์
ที่ปรึกษาธุรกิจและการตลาด
อาจารย์นาย คือที่ปรึกษาที่ “เข้าใจคน” และ “เข้าใจธุรกิจ” อย่างลึกซึ้ง
ด้วยประสบการณ์กว่า 18 ปีในสายงานธุรกิจการขายและการตลาด ทำให้เขามองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ของธุรกิจได้อย่างแม่นยำ และสามารถแนะนำแนวทางที่ “เหมาะสม” และ ““ตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจ” สำหรับแต่ละองค์กร
ที่มาของชื่อ NinePolthep
NinePolthep มาจากชื่อของผู้ก่อตั้ง นาย พลเทพ ซึ่ง “Nine” สื่อถึงความ สำเร็จและความสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนให้กับลูกค้า
เป็นการให้คำแนะนำจากใจจริง ที่มุ่งหวังอยากเห็น ธุรกิจของลูกค้าเจริญเติบโต โดยไม่ใช้คำพูดที่ดูสวย หรู ถูกหู ถูกใจผู้ฟังเท่าไรนัก หากแต่เป็นการนำเสนอ ตามข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ประมวลผลและกลั่นกรอง จากประสบการณ์ของทีมที่ปรึกษา
ที่ NinePolthep เรามี “ทีมที่ปรึกษา” ที่ช่วยออกแบบ วางแผน ตั้งแต่ฐานรากของธุรกิจ ต่อยอดไปเป็นองค์กรที่ แข็งแกร่ง สวยงาม และพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
พวกเรา คือทีมที่ปรึกษากลยุทธ์ธุรกิจ ที่ช่วยลูกค้าวางแผนตั้งแต่กลยุทธ์องค์กร บุคลากร แผนการปิดจุดอ่อน สร้างการเติบโต รวมถึงแผนการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เราเป็นมากกว่าเอเจนซี่ยิงแอดโฆษณาทั่วไป
Workshop ที่จะช่วยให้คุณออกแบบพฤติกรรมการเป็นผู้นำ ที่สร้างความรับผิดชอบ และเป็นแบบอย่างให้แก่ทีม
ที่เพิ่งก้าวขึ้นมามีบทบาทในการบริหารทีม
ที่ต้องเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์จากผู้บริหารระดับสูง กับขับเคลื่อนการทำงานจริงของทีม
ที่ต้องการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ในทีม
ให้พวกเรา
เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจคุณ
ลงทะเบียนกันรึยังครับ ?
ใครยังไม่ลง ลิ้งค์ด้านล่างนี้ ใช้เวลาไม่นานในการลงทะเบียนนะครับ
จะเป็น นายจ้าง หรือ ผู้ประกันตน ก็ควรรักษาสิทธิ์ของตัวเองนะครับ
อย่าให้ สิงโต อินทรี หมาป่า ไฮยีน่า หมาบ้า อะไรก็ไม่รู้ มาดูแลกองทุนที่ใหญ่ที่สุดกองนึงของประเทศนะครับ
เสียหายมาเท่าไหร่แล้วไม่รู้
พอแล้วครับปฏิทิน (ปฏิทินทิพย์ ที่ผู้ประกันตนจำนวนมากไม่เคยได้ด้วยซ้ำ)
www.sso.go.th
#ประกันสังคม #เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
... See MoreSee Less
0 CommentsComment on Facebook
"สาขาแรกกำไรเดือนละ 5 แสน... ถ้าเราเปิด 10 สาขา ก็จะได้กำไรเดือนละ 5 ล้าน!” นี่คือหลุมพรางทางคณิตศาสตร์ ที่ฆ่าผู้ประกอบการ SME มานักต่อนัก
.
ความจริงที่โหดร้ายของการสเกลธุรกิจ (Business Scaling) คือ 1 + 1 ไม่เท่ากับ 2 เพราะเมื่อขนาดธุรกิจใหญ่ขึ้น ความซับซ้อนจะทวีคูณเป็นเงาตามตัว
.
ถ้าสาขาแรกของคุณประสบความสำเร็จ เพราะคุณลงไปคุมเอง ชงกาแฟเอง หรือตอบแชทลูกค้าเอง... นั่นแปลว่า ธุรกิจยังยึดติดอยู่กับ “ความเก่งของคุณ"
.
การรีบขยายสาขาในสภาพที่หลังบ้านยังไม่นิ่ง มันไม่ใช่การขยายความสำเร็จครับ แต่มันคือการ "ขยายความโกลาหล" ให้พังไวขึ้น
.
และนี่คือ 3 เช็กลิสต์ ที่ผู้บริหารต้องตอบให้ได้ ก่อนตัดสินใจสเกลธุรกิจ
.
🗂 [1] คุณมี SOP (คู่มือปฏิบัติงาน) ที่คนอายุ 20 ก็ทำตามได้เป๊ะหรือไม่ ?
เคล็ดลับของแบรนด์ระดับโลกที่ขยายได้เป็นหมื่นสาขา ไม่ใช่เพราะเขามีพนักงานที่เก่งที่สุด แต่เพราะเขามี "ระบบ" ที่ดีที่สุด (Boring Consistency) คุณต้องถอดสมองตัวเองออกมาเป็นเอกสาร SOP (Standard Operating Procedure) เพื่อให้พนักงานจบใหม่ สามารถทำสินค้าและบริการให้ออกมาได้มาตรฐานเดียวกันกับที่คุณทำ 100%
.
📊 [2] ระบบตรวจสอบ (Auditing) ของคุณรัดกุมแค่ไหน ?
ยิ่งเปิดหลายสาขา คุณยิ่งไม่มีทางมีตาทิพย์มองเห็นทุกที่ สิ่งที่ตามมาคือรอยรั่ว ของหาย ทุจริต หรือพนักงานลดสเปกสินค้า ก่อนขยายธุรกิจ คุณลงทุนกับระบบซอฟต์แวร์ (ERP, POS, กล้องวงจรปิด) และการตั้งทีมสุ่มตรวจ (Audit Team) เพื่ออุดรอยรั่วเหล่านี้หรือยัง?
.
👥 [3] ทีมบริหารระดับกลาง (Middle Management) ของคุณแข็งพอไหม?
คุณไม่สามารถคุมผู้จัดการสาขาทั้ง 10 คนด้วยตัวเองได้ตลอดเวลา คุณต้องมี "ผู้นำระดับกลาง" ที่ตัดสินใจหน้างานแทนคุณได้ องค์กรที่จะสเกลได้ ต้องเลิกจ้างคนด้วยแนวคิด "คนทำงานตามสั่ง" แต่ต้องเริ่มจ้าง "ผู้จัดการมืออาชีพ" ที่สามารถแก้ปัญหาโดยไม่ต้องโทรหาคุณทุก 5 นาที
.
การเติบโตที่แท้จริง ไม่ใช่วัดที่จำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น... แต่วัดที่ว่า ธุรกิจของคุณสามารถรันไปข้างหน้าและทำกำไรได้ดีแค่ไหน "ในวันที่คุณไม่ได้เดินเข้าออฟฟิศ" เตรียม "ระบบ" ให้พร้อม ก่อนที่คุณจะเอาชื่อเสียงที่สร้างมา ไปทิ้งกับคำว่าอยากรวยเร็วครับ
.
#NinePolthep #SMEThailand #ธุรกิจSME #ปัญหาธุรกิจ #ขยายธุรกิจ
... See MoreSee Less
0 CommentsComment on Facebook
ยอดวิวหลักแสน แต่ยอดขายไม่ขยับ... มีผู้ประกอบการหลายคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้
.
ทุกวันนี้เราเห็นเจ้าของธุรกิจจำนวนมากยอมเหนื่อย เสียเวลาไปกับการ "ปั่นคอนเทนต์" วันละ 2-3 คลิป พยายามเต้น วิ่งตามกระแส เพียงเพราะหวังอยากได้ยอดวิวเยอะๆ
.
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความเหนื่อยฟรี ยอดขายไม่กระเตื้อง เพราะลืมไปว่า "หน้าที่หลักของเราคือการสร้างธุรกิจ ไม่ใช่การทำคอนเทนต์ให้คนดูสนุก" ยอดวิวหลักล้านจะไร้ความหมายทันที ถ้ามันมาจากคนที่ "ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย" และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินมาจ่ายเงินเดือนลูกน้องได้
.
พอรู้แบบนี้ หลายแบรนด์ก็ดันสวิงไปอีกขั้ว คือ ฮาร์ดเซลล์มันทุกคลิป ยัดโปรโมชันเข้าไปทุกโพสต์ ซึ่งในความเป็นจริง... ถ้าคุณเอาแต่ขาย ลูกค้าก็จะเลื่อนหนีเช่นกัน!
.
ทางออกของการหลุดจากวงจรนี้ คือการทำ "Strategic Content" (คอนเทนต์เชิงกลยุทธ์) ที่มี "มิติ" ครอบคลุมการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) โดยแบ่งสัดส่วนเนื้อหาดังนี้
.
✅ [1] Value & Evergreen Content (ดึงดูดด้วยการแก้ปัญหา)
ก่อนจะเอาเงินเขา เราต้อง "ให้คุณค่า" เขาก่อน นี่คือคอนเทนต์ประเภทให้ความรู้ ตอบคำถาม หรือไขข้อข้องใจที่ลูกค้าเจอบ่อยๆ คอนเทนต์กลุ่มนี้ไม่ต้องตามกระแส แต่มันจะทำงานเป็น "พนักงานขายที่ไม่มีวันหลับ" (Evergreen) คอยดึงดูดคนที่กำลังมีปัญหาให้เดินเข้ามาหาแบรนด์คุณเอง และยกฐานะคุณให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ
.
✅ [2] Branding Content (สร้างจุดยืนให้คนจำภาพจำ)
ลูกค้าไม่ได้ซื้อของเพราะฟังก์ชันอย่างเดียว แต่เขาซื้อเพราะ "ตัวตนของแบรนด์" คอนเทนต์ส่วนนี้คือการบอกเล่าวิสัยทัศน์ มาตรฐานการทำงาน หรือเบื้องหลังความใส่ใจของคุณ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ นี่คือคอนเทนต์ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกคุณ ท่ามกลางคู่แข่งที่ขายของเหมือนๆ กัน
.
✅ [3] Promotion Content (ยิงหมัดฮุกในจังหวะที่ใช่)
เมื่อเราสร้างความเชื่อใจจากข้อ 1 และ 2 มามากพอแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาของการเก็บเกี่ยว คอนเทนต์ขายไม่จำเป็นต้องมีทุกวัน แต่เมื่อไหร่ที่ปล่อยออกไป มันต้องคมชัด เสนอ Value ที่คุ้มค่า มี Call to Action (CTA) ที่กระตุ้นให้ตัดสินใจ และต้องถูกส่งไปหาคนที่ "พร้อมจะซื้อ" แล้วเท่านั้น
.
การทำการตลาดออนไลน์ ไม่ใช่การวิ่งแข่งว่าใครทำคลิปได้เยอะกว่ากัน หรือใครฮาร์ดเซลล์เก่งกว่ากัน แต่มันคือศิลปะของการ "ผสมผสาน" ทั้งมิติของการให้ความรู้ การสร้างแบรนด์ และการปิดการขายอย่างเป็นระบบ
.
เลิกเหนื่อยกับการทำคอนเทนต์หว่านแห หรือเอาแต่ยัดเยียดการขาย แล้วหันมาวางกลยุทธ์ Content ให้ลึกซึ้ง เพื่อเปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นลูกค้าจริงกันดีกว่าครับ!
.
#NinePolthep #การตลาดออนไลน์ #DigitalMarketing #SMEThailand #ธุรกิจSME
... See MoreSee Less
0 CommentsComment on Facebook
"ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน ยิงไปหมื่นนึง ลูกค้าทักมาไม่ถึง 10 คนแถมไม่โอนอีก!"
.
ทางรอดของ SME ยุค 2026 ไม่ใช่การสู้แบบโดดเดี่ยว แต่คือการทำ Ecosystem Partnership (Co-marketing) หรือการจับคู่พันธมิตรธุรกิจ
.
หลักการง่ายๆ คือ "หาแบรนด์ที่ 'ไม่ใช่คู่แข่ง' แต่มี 'ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน' กับเรา"
.
ลองนึกภาพตามนะครับ
✅ ถ้าคุณเปิด คลินิกกายภาพบำบัด แทนที่จะยิงแอดหาคนปวดหลัง ทำไมไม่ไปจับมือกับ แบรนด์ขายเก้าอี้ Ergonomic หรือ ยิมพิลาทิส แล้วทำโปรโมชันร่วมกัน? (ซื้อเก้าอี้แถม Voucher ตรวจโครงสร้างร่างกาย / จัดเวิร์กชอปแก้ปวด
✅ ถ้าคุณขาย อาหารคลีน ทำไมไม่จับมือกับ แบรนด์ชุดออกกำลังกาย เพื่อแชร์ฐานลูกค้า VIP ให้กันและกัน?
.
ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงเวิร์กกว่าการยิงแอด?
📌 Zero CAC (ต้นทุนหาลูกค้าใหม่เกือบศูนย์)
คุณได้ลูกค้าใหม่จากฐานแฟนคลับของพาร์ทเนอร์ โดยไม่ต้องจ่ายเงินให้ Facebook หรือ TikTok แม้แต่บาทเดียว
📌 High Trust (ความน่าเชื่อถือสูงปรี๊ด)
การที่แบรนด์ที่ลูกค้ารักอยู่แล้ว มาการันตีหรือแนะนำสินค้าของคุณ ลูกค้าจะเปิดใจซื้อง่ายกว่าการเห็นแอดโฆษณาลอยๆ หลายเท่าตัว!
.
เลิกมองทุกคนบนโลกธุรกิจเป็นคู่แข่ง แล้วเริ่มกางกระดาษลิสต์ดูครับว่า "ลูกค้าของเรา ก่อนและหลังที่จะมาซื้อสินค้าเรา... เขาต้องไปซื้ออะไรอีกบ้าง?"
.
นั่นแหละครับคือ "พาร์ทเนอร์" ที่คุณต้องรีบไปทำความรู้จัก และชวนเขามาทำ Co-marketing!
.
#NinePolthep #BusinessStrategy #CoMarketing #Partnership #SMEThailand #การตลาดออนไลน์ #บริหารธุรกิจ
... See MoreSee Less
0 CommentsComment on Facebook
ในที่ประชุมบริษัท เคยมีฉากโยนความผิดแบบนี้ไหมครับ ?
👉 เซลส์ : ยอดตกเพราะการตลาดหา Lead ขยะมาให้!
👉 การตลาด : Lead ดีแล้ว แต่เซลส์ปิดการขายไม่เป็นเอง!
👉 จัดซื้อ : ฉันซื้อของถูกลงตาม KPI แล้วนะ!
👉 ฝ่ายผลิต : แต่ของมันห่วย! ผลิตแล้วพัง ส่งลูกค้าไม่ทันโว้ย!
.
ผู้บริหารหลายคน เห็นภาพนี้แล้วปวดหัว ด่าลูกน้องว่าไม่มี Teamwork แต่อยากให้ลองถอยออกมามองภาพกว้าง ปัญหาการทำงานแบบตัวใครตัวมัน หรือ "Silo Mentality" อาจไม่ได้เกิดจากนิสัยคนเสมอไป
.
แต่มันเกิดจาก "โครงสร้าง KPI" ที่ผู้บริหารเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง!
.
ถ้าตั้งเป้าให้ "จัดซื้อ" ลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด แต่ไปตั้งเป้าให้ "ฝ่ายผลิต" ห้ามมีของเสียเด็ดขาด... แบบนี้ยังไงก็ต้องทะเลาะกันตั้งแต่วันแรกครับ เพราะ KPI มันขัดแย้งกันเอง (Conflicting KPIs)
.
🚨 3 วิธีแก้เกม ทุบกำแพงไซโล
.
[1] เปลี่ยนมาใช้ Shared KPI (เป้าหมายร่วม) : จับแผนกที่ต้องทำงานต่อกัน มาผูกชะตากรรมไว้ด้วยกัน เช่น ให้เซลส์กับการตลาดรับผิดชอบ "ยอดขายที่ปิดได้จริง" และ "ต้นทุนต่อลูกค้า 1 คน" ร่วมกัน ทีนี้รับรองว่าคุยกันดีแน่นอน เพราะถ้าพัง ก็พังคู่!
.
[2] ตั้งทีมเฉพาะกิจข้ามสายงาน (Cross-Functional) : เวลาดึงคนจากฝ่ายขาย บัญชี และโอเปอเรชัน มาลุยโปรเจกต์เดียวกัน พวกเขาจะเริ่มเข้าใจ "ข้อจำกัด" ของแผนกอื่น และเกิดความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) กันมากขึ้น เลิกตั้งป้อมใส่กัน
.
[3] ผู้บริหารต้องเลิกเป็น “ผู้พิพากษา" : เวลาลูกน้องตีกัน เลิกทำตัวเป็นศาลคอยตัดสินว่าใครถูกใครผิด แต่ให้สวมหมวก "สถาปนิก" แล้วมองหารอยรั่วในระบบที่ทำให้พวกเขาทำงานยาก แล้วไปแก้ที่ระบบแทน!
.
บริษัทจะไปต่อระดับร้อยล้านพันล้านไม่ได้เลยครับ ถ้าพลังงานของพนักงานหมดไปกับการทำ "สงครามประสาท" ภายในออฟฟิศ
.
ลองกลับไปเช็กดูนะครับ ว่าวันนี้บริษัทของเรามี KPI ข้อไหน ที่กำลังหลอกให้ลูกน้องเราตีกันเองอยู่หรือเปล่า?
.
#NinePolthep #การบริหารคน #วัฒนธรรมองค์กร #HR #ผู้นำยุคใหม่ #โครงสร้างองค์กร #KPI
... See MoreSee Less
0 CommentsComment on Facebook
เวลาที่ธุรกิจ SME กำลังสเกลยอดขายข้ามผ่านจุด 50 ล้านบาท สิ่งแรกที่ผู้ก่อตั้งต้องทำคือการ "ถอยออกมาจากการบริหารหน้างาน (Day-to-day)" และสร้างชั้นการบริหารระดับกลาง (Middle Management) ขึ้นมารองรับ
.
วิธีการที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เลือกใช้คือ... มองหาพนักงานที่ทำงานเก่งที่สุด ยอดขายสูงที่สุด หรือเชี่ยวชาญที่สุดในทีม แล้วเลื่อนขั้นให้เขาเป็น “ผู้จัดการ"
.
แต่ในมุมมองของการวางโครงสร้างองค์กร นี่คือการตัดสินใจที่มักจะนำไปสู่ความเสียหายถึง 2 เด้ง คือ คุณเสียคนทำงานระดับท็อปไป และคุณได้ผู้จัดการที่บริหารทีมไม่เป็นมาแทน
.
หากวิเคราะห์ถึงรากของปัญหา ทำไมการโปรโมตคนเก่งถึงทำให้ระบบพัง? นี่คือ 3 ปัญหาโครงสร้างที่ซ่อนอยู่
.
❌ [1] ทักษะหน้างาน (Hard Skills) ขัดแย้งกับ ทักษะบริหาร (People Skills)
ความสามารถที่ทำให้คนๆหนึ่งเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยม คือการโฟกัสที่งานของตัวเอง และทำมันให้สมบูรณ์แบบ แต่ความสามารถของผู้จัดการ คือการทำให้ "คนอื่น" ทำงานได้บรรลุเป้าหมาย เมื่อคนเก่งขึ้นมาเป็นหัวหน้า พวกเขามักจะหงุดหงิดที่ลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจ สุดท้ายจึงเลือกที่จะ แย่งงานลูกน้องมาทำเอง เพราะคิดว่าเร็วกว่า และดีกว่า ทำให้พวกเขาทำงานหนักจน Burnout ส่วนลูกน้องก็ไม่ได้พัฒนาทักษะ
.
❌ [2] ภาวะคอขวดที่ระดับกลาง (Middle-Management Bottleneck)
เมื่อผู้จัดการมือใหม่ไม่กล้า "มอบหมายอำนาจตัดสินใจ (Delegate)" อย่างเด็ดขาด ทุกการตัดสินใจในแผนกต้องวิ่งกลับมาประทับตราที่ผู้จัดการคนเดียว ทำให้กระบวนการทำงานช้าลงกว่าตอนที่ไม่มีผู้จัดการเสียอีก และเมื่อเกิดปัญหาใหญ่ พวกเขาก็จะวิ่งกลับไปหาเจ้าของธุรกิจให้ช่วยตัดสินใจอยู่ดี ทำให้คุณไม่สามารถหลุดพ้นจากหน้างานได้อย่างแท้จริง
.
❌ [3] โครงสร้างความก้าวหน้าที่บีบบังคับ (The Forced Career Path)
พนักงานเก่งๆ หลายคนไม่ได้อยากบริหารคน แต่พวกเขาอยากได้ "เงินเดือนที่สูงขึ้น" และ “การยอมรับ" โครงสร้างของ SME ส่วนใหญ่มักผูกการขึ้นเงินเดือนไว้กับตำแหน่งบริหาร (ต้องเป็นหัวหน้าถึงจะได้เงินเพิ่ม) ทำให้คนเก่งจำใจต้องรับตำแหน่งผู้จัดการทั้งที่ไม่ได้มีภาวะผู้นำ ผลลัพธ์คือการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ และอาจทำให้คนในทีมพากันทยอยลาออก
.
การแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่การเลิกโปรโมตคนเก่งครับ แต่ต้องแก้ที่ "การออกแบบ Career Path" ให้ชัดเจน
.
องค์กรที่เป็นมืออาชีพจะแยกโครงสร้างความก้าวหน้าออกเป็น 2 สาย คือ สายบริหารสำหรับคนที่มีทักษะนำคน และ สายผู้เชี่ยวชาญสำหรับคนที่เก่งหน้างาน เพื่อให้ยอดฝีมือสามารถเติบโต ได้ค่าตอบแทนระดับสูงได้ โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ไปคุมคนครับ
... See MoreSee Less
0 CommentsComment on Facebook
SCAN THE QR CODE TO CONTACT
เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ