หลักสูตรพัฒนาทักษะการขายแบบที่ปรึกษา

ที่สุดของการปิดการขาย คือการ“พิชิตใจลูกค้า”

สร้างทัศนคติที่ถูกต้อง วิเคราะห์และพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อปิดการขาย และ สร้างยอดขายได้มากขึ้น

ทำไมต้องเรียนกับ NinePolthep ?

“ผมจึงเข้าใจในความต้องการ และปัญหา” ของเหล่าผู้ประกอบการและนักขาย

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า

ที่คลุกคลีอยู่ในสายงานการขาย และการตลาด

0 ปี

ที่คลุกคลีอยู่ในสายงานการขาย
และการตลาด

ช่วยผู้ประกอบการมาแล้วกว่า

0 ราย

สร้างยอดขายมากกว่า

ให้กับธุรกิจ SMEs

0 ล้าน

ให้กับธุรกิจ SMEs

หลักสูตรของเราจึงออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะ และเรียนรู้เทคนิคปิดการขาย ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงและสามารถสร้างยอดขายได้ทันทีหลังเรียนจบ แล้วการขายของคุณจะง่ายกว่าที่เคย

ได้ประโยชน์ เรียนเข้าใจ ไม่ต้องท่องจำ

การันตี

เรียนแล้วได้ผลลัพธ์

จากนักขายกลายร่างเป็น

ท็อปเซลส์

คุณทนงศักดิ์ สาลีลา (บูม)

ฟัง - คิด - ถาม - ฟัง - คิด - ตอบ
ไม่ต้องพูดเก่ง แต่ ต้อง

ถามให้เป็น

พัฒนา “Mindset” สู่การเป็นที่ปรึกษา
การขายที่ดีเพราะเราเชื่อว่า

เมื่อวิธีคิดผ่าน
วิธีการจะตามมาเอง

บริการด้วยหัวใจ
โดยใช้ใจฟัง

สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า
เพิ่มประสิทธิภาพการปิดการขาย

ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง
แต่พูดให้ตรงประเด็น

แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จริง จนลูกค้าเชื่อมั่น มั่นใจ
กล้าแนะนำ และบอกต่อให้ลูกค้าคนต่อไป

และนี่คือเป้าหมายของหลักสูตร Sell Me If You Can

ที่เราอยากให้ผู้เรียนทุกคนเป็นนักแก้ปัญหาที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้
นำไปสู่การปิดการขาย ซื้อซ้ำ บอกต่อ เพื่อยอดขายที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจ

เสียงตอบรับจากผู้เรียน

หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร ?

เจ้าของธุรกิจ SME

พนักงานขาย

หัวหน้า/ผู้จัดการทีมขาย

ผู้บริหารองค์กร ผู้บริหารองค์กร
ที่ต้องนำเสนอไอเดียในที่ประชุม

หลักการและแนวความคิดของหลักสูตร

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท และทำหน้าที่ทดแทนมนุษย์มากขึ้น เพื่อการอยู่รอด และเติบโตของยอดขาย นักขายทุกคนจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องยกระดับ พัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมมากที่สุดเสมอ ในการ รับมือกับปัญหา หรืออุปสรรค ที่จะเข้ามา

หนึ่งสิ่งที่จำเป็นเสมอสำหรับทุกๆ ธุรกิจก็คือ “ความสามารถในการขายและการรักษาลูกค้า” ซึ่งวิธีการแบบเดิมๆ เครื่องมือแบบเก่า หรือเทคนิค ในการนำเสนอขายที่พูดถึงแค่คุณสมบัติ สินค้า หรือบริการของตนเอง ที่เคยใช้กับผู้บริโภคในอดีต ที่ผ่านมาอาจไม่เพียงพอต่อการปิดการขาย และ รับมือในสถานการณ์ปัจจุบันอีกต่อไป

แล้ว คุณจะทำอย่างไรให้ “การขาย” ของคุณไปได้ไกลกว่าที่เคย ?

ปัญหาของการพูดไม่เก่ง การตื่นเต้นเมื่อต้องนำเสนอ การขาดประสบการณ์ การไม่เคยผ่านการอบรมที่ เกี่ยวกับการขายหรือการนำเสนออย่างเป็นมืออาชีพ หรือในหลายๆครั้ง อาจเป็นเพียงเพราะคุณ ไม่สามารถดึงศักยภาพตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ในช่วงเวลาที่ต้องเข้าพบลูกค้า

ปัญหาของการพูดไม่เก่ง การตื่นเต้นเมื่อต้องนำเสนอ การขาดประสบการณ์ การไม่เคยผ่านการอบรมที่ เกี่ยวกับการขายหรือการนำเสนออย่างเป็นมืออาชีพ หรือในหลายๆครั้ง อาจเป็นเพียงเพราะคุณ ไม่สามารถดึงศักยภาพตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ในช่วงเวลาที่ต้องเข้าพบลูกค้า

เริ่มตั้งแต่การสร้างทัศนคติที่ถูกต้องของการเป็นที่ปรึกษาการขาย การเตรียมตัวก่อนเข้าพบลูกค้า การวิเคราะห์ลูกค้า การนำเสนอ การปิดการขาย ตลอดจนการติดตามลูกค้า โดยการถ่ายทอดผ่าน การบรรยาย และลงมือปฏิบัติ Intensive Workshop ให้ผู้เรียนได้เห็นภาพชัดด้วย “Practical Knowledge” เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงให้ความรู้ที่ได้รับกลายเป็นทักษะติดตัว ให้การขายใน ทุกๆครั้งของคุณ สามารถแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดได้เสมอ

รายละเอียดเนื้อหาของหลักสูตร

DAY 1

Mindset ของนักแก้ปัญหา

  1. ขายแบบไม่ขายทำยังไง

  2. ทำอย่างไร ถึงจะเป็นที่ปรึกษาที่ลูกค้าติด

  3. วิธีเพิ่มเสน่ห์ให้นักขายคืออะไร

  4. ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างก่อนไปเจอลูกค้า

  5. พลังของการทำ 1% คืออะไร

  6. ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดหน

DAY 2

เทคนิคนักขายแบบที่ปรึกษา

1. รู้จักตัวเองดีพอหรือยัง

workshop : วิเคราะห์จุดแข็ง

2. รู้จักลูกค้าดีพอหรือยัง

workshop : วิเคราะห์ DBGP + จุดขาย

3. รู้จักคู่แข่งดีพอหรือยัง

4. รู้ว่าอะไรเป็นจุดชนะ (Winning Zone)

workshop : วิเคราะห์ จุดแข็ง VS จุดขาย VS จุดชนะ

5. ถามเป็นจะเห็นทาง ฟังเป็นจะเห็นใจ

6. 3 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนนำเสนอสินค้า

7. เทคนิคการนำเสนอ FAB/BFA พูดเรื่องของลูกค้า หรือ เรื่องของเรา?

workshop : การนำเสนอด้วยเทคนิค FAB/BFA

8. เทคนิคการปิดการขาย กระตุ้นการซื้อ

9. โดนปฏิเสธซ้ำๆ ทำใจอย่างไร

workshop : รับมือคำปฏิเสธ

10. เทคนิคการติดตามลูกค้า

หากเรียนแล้วไม่เห็นผล ใช้งานจริงไม่ได้ ยินดีคืนเงิน 100%

กระบวนการขายที่มีประสิทธิภาพ

“Effective Consultative Sales Process”

ก่อนเจอลูกค้า

ระหว่างเจอลูกค้า

หลังเจอลูกค้า

Successful Consultant

ราคา 14,900฿

Successful Sales Person

พลเทพ มาศรังสรรค์

อาจารย์นาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย ที่ช่วยผู้ประกอบการกว่า 100 ราย และสร้างยอดขายมากกว่า 1000 ล้านให้กับ SMEs อาจารณ์นาย เข้าใจความต้องการและปัญหาต่างๆ ของนักขายอย่างลึกซึ้ง เสริมสร้างทักษะของผู้เรียนเพื่อนำ ไปปรับใช้ และ เพิ่มยอดขายได้จริงหลังเรียนจบ

คำถามที่พบบ่อย

หลักสูตร Sell Me If You Can เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้างและพัฒนาทักษะการขายแบบที่ปรึกษาให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานขาย หรือผู้ที่สนใจ ด้วยการเรียนรู้แบบ “Workshop-based learning” ช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลง “วิธีคิด” และ “วิธีการ” ด้วยเทคนิคที่ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงด้านการขายมากกว่า 15 ปี

หลักสูตร Sell Me If You Can เป็นหลักสูตรสอนสด (Offline) เพื่อประโยชน์สูงสุดในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ Intensive-Workshop พร้อมเปิดโอกาสในการซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สอน หรือระหว่างผู้เรียนในชั้นเรียนด้วยกัน

หลักสูตร Sell Me If You Can (Public Training) เรียนทั้งหมด 2 วันเต็ม เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกลงมือทำ Workshop อย่างเต็มที่

สามารถเรียนได้ เพราะหลักสูตร Sell Me If You Can เริ่มต้นตั้งแต่การปรับวิธีคิด (Mindset) ให้ผู้เรียนได้เข้าใจและมองเห็นภาพว่าทำไมถึงต้องยกระดับจาก “นักขาย” ให้เป็น “ที่ปรึกษา” พร้อมพัฒนาทักษะด้วยเทคนิคการขายที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถค้นใจลูกค้าจนไปสู่การพิชิตใจได้ในที่สุด

เหมาะกับลักษณะการขายหรือการนำเสนอสินค้า/บริการที่…

1) ไม่ต้องการแข่งขันราคา แต่ต้องการนำเสนอคุณค่าอื่นๆให้แก่ลูกค้า

2) สินค้า/บริการ ที่มีข้อมูลเยอะ ต้องการการอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ มองเห็นประโยชน์หรือมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3) สินค้า/บริการ ที่มีราคาสูง ลูกค้าต้องการได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เช่น อสังหาริมทรัพย์, รถ, ของแต่งบ้าน, คลินิกความงาม เป็นต้น

4) การนำเสนอไอเดียระหว่างธุรกิจ B2B เช่น เซลล์ขายสินค้า/บริการระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ

Facebook

NinePolthep Consulting ที่ปรึกษาธุรกิจ การตลาด พัฒนาองค์กร

NinePolthep Consulting พวกเราใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ช่วยลูกค้าพัฒนาธุรกิจ การตลาด ในฐานะที่ปรึกษาด้านองค์กร กลยุทธ์ แผนการตลาด การยิงแอดโฆษณา และเพื่อนคู่คิดตลอดเส้นทางธุรกิจของคุณ

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons

เวลาไปฟังสัมมนา ผู้ประกอบการมักจะได้ยินคำว่า Customer Journey (เส้นทางการเดินทางของลูกค้า) บ่อยจนชินหู หลายคนมองว่าเป็นแค่ "ศัพท์หรูๆ ของนักการตลาด" และคิดว่าแค่ทำของให้ดี ยิงแอดให้โดน ก็พอแล้ว
.
แต่ความจริงคือ... ถ้าคุณไม่เข้าใจ Journey ของลูกค้า คุณกำลังเอาเงินค่าแอดไปละลายทิ้งทุกวัน!
.
ลองจินตนาการว่าธุรกิจของคุณคือ "ท่อน้ำ" ที่ส่งลูกค้าไปสู่การจ่ายเงิน Customer Journey ไม่ใช่ทฤษฎีบนกระดาน แต่คือการเดินตรวจดูว่า “ท่อน้ำของคุณมีรอยรั่วตรงไหนบ้าง?"
.
มาดู 3 รอยรั่วคลาสสิกที่ SME มักจะเสียลูกค้าไปโดยไม่รู้ตัว
.
🛒 [1] ช่วงก่อนซื้อ : คนเห็นเยอะ... แต่ทำไมไม่ทัก?(Awareness & Consideration)
คุณอัดงบยิงแอดจนคนเห็นหลักแสน (Reach กระจุย) ลูกค้าสนใจคลิกเข้ามาดูโปรไฟล์... แต่หน้าเพจไม่อัปเดต รีวิวไม่มีให้ดู แถมหาสรรพคุณสินค้าไม่เจอ สุดท้ายลูกค้ากดออก >> รอยรั่วนี้คุณเสียค่าแอดฟรี แต่ไม่ได้แม้แต่ทักทาย
.
🛒 [2] ช่วงตัดสินใจ : ทักมาแล้ว... แต่ทำไมเงียบ? (Purchase)
ลูกค้าทัก Inbox มาพร้อมโอน แต่แอดมินตอบกลับในอีก 2 ชั่วโมงถัดมา (ลูกค้าไปซื้อร้านอื่นแล้ว) หรือขั้นตอนการสั่งซื้อยุ่งยาก ต้องกรอกฟอร์มยาวเหยียด ไม่มีรับบัตรเครดิต >> รอยรั่วนี้เจ็บปวดที่สุด เพราะปิดการขายได้แล้ว 90% แต่มาตกม้าตายเพราะระบบหลังบ้านที่ยุ่งยาก หรือการตอบแชทของแอดมินที่ห่วยแตก
.
🛒 [3] ช่วงหลังการขาย : ซื้อแล้ว... ทำไมไม่กลับมาอีก? (Retention & Advocacy) ลูกค้าซื้อของไปแล้ว แต่แพ็กเกจแกะยาก สินค้าไม่มีคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน และที่สำคัญ... แบรนด์ไม่เคยทักไปถามฟีดแบ็กหรือเสนอโปรโมชันให้ลูกค้าเก่าเลย >> รอยรั่วนี้คุณสูญเสีย "กำไรที่แท้จริง" เพราะต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ แพงกว่าการขายลูกค้าเก่าถึง 5 เท่า!
.
เห็นไหมครับว่า Customer Journey ไม่ใช่เรื่องของการทำกราฟฟิกสวยๆ แต่คือการ “อุดรอยรั่วของประสบการณ์"
.
ทุกความหงุดหงิด ทุกความล่าช้า ทุกความสับสนของลูกค้า = กำไรที่หายไปของคุณ
.
ลองกลับไปสำรวจธุรกิจตัวเองดูครับว่า วันนี้ท่อน้ำของบริษัทเรา "รั่ว" หนักที่สุดที่จุดไหน?
.
#NinePolthep #Customerjourney #Marketing #SMEThailand #ความรู้ธุรกิจ
... See MoreSee Less

เวลาไป�

ในยุคที่ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน และคู่แข่งพร้อมจะกดราคาให้ถูกกว่าคุณเสมอ... การมีแค่ "ลูกค้า" อาจไม่พออีกต่อไป
.
เพราะลูกค้า ซื้อของเพราะ "ราคาและโปรโมชั่น" ใครถูกกว่าก็พร้อมย้ายค่ายทันที แต่ถ้าคุณมี "เผ่าพันธุ์" หรือ Community เป็นของตัวเอง... พวกเขาจะซื้อเพราะ "ความเชื่อใจ" และพร้อมจะเป็นกระบอกเสียงปกป้องแบรนด์ของคุณ
.
ในฐานะ SME ที่งบไม่ได้หนาเท่าบริษัทยักษ์ใหญ่ การสร้าง Community คือ "ป้อมปราการ" ที่แข็งแกร่งที่สุด นี่คือ 3 กฎเหล็กในการเปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้กลายเป็น "คนในเผ่า" ของคุณ
.
⭐️ [1] เลิกเป็นแค่ "คนขาย" แต่จงเป็น "ผู้นำทางความคิด" (Educator/Trend Setter)
คนในยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่สินค้า แต่เขาต้องการ "ทางแก้ปัญหา" แบรนด์ที่จะสร้างเผ่าพันธุ์ได้ ต้องเริ่มจากการให้ "ความรู้" (Value Content) แบบไม่หวง ให้จนลูกค้ารู้สึกว่า "แค่ติดตามเพจนี้ ชีวิต/ธุรกิจเขาก็ดีขึ้นแล้ว" เมื่อคุณเป็นผู้ให้ คุณจะกลายเป็นผู้นำในใจพวกเขา
.
💡 [2] ประกาศ "จุดยืน" ให้ชัดเจน (Stand for Something)
เผ่าพันธุ์ไม่ได้เกิดจากการเอาใจทุกคน แต่เกิดจากการดึงดูด "คนที่เชื่อเหมือนกัน" เข้ามาอยู่ด้วยกัน คุณต้องกล้าบอกว่า แบรนด์ของคุณทำมาเพื่อใคร และ "ไม่เสิร์ฟ" ใคร? จุดยืนที่ชัดเจนจะคัดกรอง Fanclub ตัวจริงเข้ามาหาคุณ
.
🌐 [3] สร้าง "พื้นที่" ให้พวกเขาคุยกัน ไม่ใช่แค่คุยกับเรา (Connection)
Community ที่แท้จริง ไม่ใช่การที่แบรนด์ประกาศผ่านไมค์อยู่ฝ่ายเดียว แต่คือการสร้างพื้นที่ (เช่น Facebook Group, LINE OpenChat หรือ กิจกรรม Offline) ให้ลูกค้าที่มีความสนใจเหมือนกันได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยน และช่วยเหลือกันเอง โดยมีแบรนด์คุณเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ"
.
ยอดขายที่มาจากโปรโมชั่น คือการฉีดสเตียรอยด์ที่ได้ผลระยะสั้น แต่ยอดขายที่มาจาก Community คือภูมิคุ้มกันที่ทำให้ธุรกิจคุณโตได้อย่างยั่งยืนครับ
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #BrandStrategy #CommunityMarketing #BusinessGrowth
... See MoreSee Less

ในยุคท�

ย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซคือสวรรค์ของ SME ไทย แค่เปิดร้าน ไลฟ์สด แพลตฟอร์มก็พร้อมประเคนคูปองส่วนลด อัดฉีดค่าส่งฟรี ดันยอดวิวให้คนเห็นแบบถล่มทลาย
.
แต่ตัดภาพมาที่ปี 2026... ยุค "เผาเงินซื้อใจ" จบลงแล้ว แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เข้าสู่โหมดกอบโกยกำไร ค่าธรรมเนียม และค่า GP ถูกปรับขึ้นยิบย่อย แถมถ้าไม่ซื้อ Ads โฆษณา ยอดการมองเห็น (Reach) ก็แทบจะเป็นศูนย์
.
ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าเหนื่อยสายตัวแทบขาด เพื่อหาเงินมาจ่าย "ค่าเช่าที่" ให้แอปพลิเคชัน นี่คือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังตกเป็น "ทาสอัลกอริทึม" แบบเต็มตัว
.
มาดู 3 ทางรอดเร่งด่วนที่ SME ต้องรีบทำ ก่อนสายป่านจะขาด
.
✅ [1] เปลี่ยนแพลตฟอร์มเป็น "ป้ายโฆษณา" ไม่ใช่ “บ้าน"
แพลตฟอร์มยังคงเป็นแหล่งหา "ลูกค้าใหม่" (Traffic) ที่ดี แต่คุณต้องเลิกมองว่ามันคือบ้านหลัก ให้มองว่ามันคือ "หน้าทดลองสินค้า" ดึงดูดคนด้วยสินค้าราคาเริ่มต้น เพื่อให้คนรู้จักแบรนด์คุณ แต่กำไรที่แท้จริงต้องไปเกิดที่อื่น
.
✅ [2] เลิกเสพติดยอดขายจาก "โค้ดลด"
ลูกค้าที่ซื้อคุณเพราะโค้ดลด 50% จะไม่มีวันจงรักภักดีกับคุณ วันไหนแบรนด์อื่นลดเยอะกว่า เขาก็พร้อมตีจากทันที SME ต้องหนีจากสงครามราคา แล้วสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value) เช่น บริการหลังการขาย หรือการสร้างแบรนด์ให้คนซื้อเพราะ "เชื่อใจ" ไม่ใช่แค่เพราะ “ถูกกว่า”
.
✅ [3] ต้อนลูกค้าเข้า "บ้านของตัวเอง" (Owned Media)
ทุกกล่องพัสดุที่คุณส่งออกไปจากแพลตฟอร์ม ต้องมี "การ์ดเชิญ" หรือ QR Code ที่ดึงลูกค้าเข้ามาใน LINE OA, ระบบสมาชิก (CRM) หรือเว็บไซต์ของคุณเอง พร้อมยื่นข้อเสนอพิเศษ (Exclusive Deal) ที่หาในแอปไม่ได้ เมื่อลูกค้ามาอยู่ใน Data ของคุณแล้ว คราวหน้าคุณจะบรอดแคสต์ ปล่อยโปรโมชัน หรือทักไปดูแลหลังการขาย คุณก็ไม่ต้องเสียค่า GP หรือจ่ายเงินซื้อโฆษณาให้อัลกอริทึมอีกต่อไป!
.
การ "ยืมจมูกคนอื่นหายใจ" ในโลกธุรกิจคือความเสี่ยงขั้นสุด ปี 2026 นี้... อย่ามัวแต่สร้างตึกสวยๆ บนที่ดินของคนอื่น จนลืมสร้างบ้านของตัวเองนะครับ
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #Ecommerce #MarketingStrategy #BusinessGrowth
... See MoreSee Less

ย้อนกล�

ยกระดับธุรกิจ และการตลาดของคุณ ด้วยทีมงานที่พร้อมเป็น "เพื่อนคู่คิด" แบบครบวงจร!
.
เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจของคุณอย่างเป็นระบบ เราไม่ได้ให้แค่แผนงานบนกระดาษ แต่เราคือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมลงมือทำ (Execution) ร่วมกับทีมของคุณ
.
ที่ NinePolthep Consulting ให้บริการครอบคลุม
.
🎯 Business Strategy - วางกลยุทธ์และทิศทางธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อเป้าหมายที่แม่นยำ ไม่หลงทาง
💡 Branding & Marketing - สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น มีมูลค่า พร้อมวางแผนการตลาดที่เจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย
📈 Performance Marketing - บริหารจัดการแคมเปญโฆษณา เปลี่ยนงบประมาณให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้
🔍 Growth Tracking - ติดตามผลลัพธ์แบบใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อดันธุรกิจให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้
.
ให้เราเป็น "เพื่อนคู่คิด" ที่ดูแลทุกรายละเอียดในธุรกิจของคุณ สนใจปรึกษาบริการธุรกิจ และการตลาดออนไลน์ ทักแชทเพื่อพูดคุยกับเราได้เลยครับ
----------
🎯 ปรึกษาธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาองค์กรได้ที่
LINE Official : @ninepolthep (มี @ นำหน้า)
หรือคลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
ข้อมูลเพิ่มเติม : ninepolthep.com/business-marketing-consulting/
.
#NinePolthep #ที่ปรึกษาธุรกิจ #BusinessConsulting #การตลาดออนไลน์ #PerformanceMarketing #SMEThailand
... See MoreSee Less

ยกระดั�

ใครๆ ก็บอกให้ SME รีบทำ Digital Transformation เพื่อความอยู่รอด แต่ในโลกความเป็นจริง การวิ่งแข่งในยุคเทคโนโลยีไม่ได้เริ่มที่เส้นสตาร์ทเดียวกัน
.
"ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล" (Digital Divide) ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือสังคมอย่างที่งานวิจัยหลายชิ้นระบุไว้ แต่มันคือ "ช่องว่างขนาดมหึมา" ในโลกธุรกิจที่ทำให้บริษัทเล็กๆ ยิ่งสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
.
ลองมาดู 3 ความเหลื่อมล้ำจริงที่ SME ต้องเจอเมื่อเทียบกับ Corporate
.
⚠️ [1] ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ระบบหลักล้าน vs โปรแกรมรายเดือน องค์กรใหญ่มีสายป่านยาวพอที่จะทุ่มงบหลักสิบล้านเพื่อจ้างทีมพัฒนาระบบ (Software/AI) แบบ Custom-made ให้เข้ากับหลังบ้านตัวเองแบบ 100% แต่สำหรับ SME เรามีแค่ตัวเลือกในการเช่าใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (SaaS) หลักร้อยหลักพัน ซึ่งหลายครั้งฟีเจอร์ก็ไม่ตอบโจทย์การทำงานจริง สุดท้ายระบบก็ไม่สมบูรณ์ และเกิดเป็นคอขวดในการทำงาน
.
⚠️ [2] ช่องว่างด้านทักษะบุคลากร
กองทัพผู้เชี่ยวชาญ vs แอดมินผู้เป็นทุกอย่าง นี่คือปัญหาเรื่อง Digital Skills ที่ชัดเจนที่สุด Corporate มีงบจ้าง Data Scientist, IT Support หรือ AI Specialist มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยเฉพาะ ในขณะที่ SME ภาระเรื่องเทคโนโลยีมักจะตกไปอยู่ที่ "เจ้าของ" หรือ "แอดมิน" ที่ต้องทำตั้งแต่ตอบแชท แพ็กของ ยันเซ็ตระบบหลังบ้าน การขาดบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลเฉพาะทาง ทำให้ SME ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
.
⚠️ [3] ช่องว่างในการเข้าถึงโอกาสจาก Data
เดาใจลูกค้าล่วงหน้า vs คลำทางจากสลิปโอนเงิน เทคโนโลยีจะทรงพลังได้ต้องมี "ข้อมูล" (Data) องค์กรใหญ่เก็บพฤติกรรมลูกค้าเป็น Big Data อย่างเป็นระบบมานานนับสิบปี ทำให้สามารถนำ AI มาประมวลผล และยิงโฆษณาได้แม่นยำราวกับจับวาง แต่ SME ส่วนใหญ่ ข้อมูลลูกค้ายังกระจัดกระจายอยู่ในแชท LINE ในสมุดจด หรือสลิปโอนเงิน การขาดระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ทำให้ SME สูญเสียโอกาสในการวิเคราะห์ตลาด และต้องพึ่งพา "สัญชาตญาณ" ในการบริหารธุรกิจแทน
.
💡 ทางออกของคนตัวเล็ก… SME ไม่มีทางเอาชนะทุนใหญ่ด้วย “ขนาดของงบประมาณ และเทคโนโลยี" ได้ แต่เราสามารถชนะได้ด้วย “ความยืดหยุ่น และความใส่ใจ" (Agility & Empathy) แทนที่จะพยายามลงทุนสร้างระบบใหญ่โต ให้เริ่มจากการใช้เครื่องมือฟรี หรือราคาถูกมาลดงานจุกจิกหลังบ้าน (เช่น ระบบจัดการสต๊อกง่ายๆ หรือ แชทบอทตอบคำถามซ้ำๆ) แล้วดึงเวลาที่เหลือ "ไปลงพื้นที่ดูแลลูกค้าแบบตัวต่อตัว" ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI และองค์กรใหญ่ที่อุ้ยอ้ายไม่มีวันทำได้ดีเท่าคนตัวเล็กอย่างเราครับ
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #DigitalTransformation #BusinessStrategy #Corporate
... See MoreSee Less

ใครๆ ก็�

ตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ เถ้าแก่หลายคนถูกสอนมาว่า "ต้องขยัน ต้องอดทน ถึงจะรวย" ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง... ในช่วง "ตั้งไข่" ที่เรายังไม่มีทุน ไม่มีคน ต้องทำเองทุกอย่าง
.
แต่ปัญหาของ SME จำนวนมาก คือ พอธุรกิจเริ่มมีรายได้ มีลูกน้อง แทนที่เจ้าของจะสบายขึ้น กลับกลายเป็นว่า "เหนื่อยกว่าเดิม" เพราะต้องคอยตามแก้ปัญหาให้ลูกน้อง ต้องตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง และถ้าไม่มีคุณ... ธุรกิจก็หยุดชะงักทันที มันคือสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังติด "กับดักความขยัน"
.
ในโลกของการสเกลธุรกิจ (Scaling Up) ความขยันอย่างเดียว ไม่สามารถพายอดขายทะลุกำแพงไปได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดโดยที่คุณไม่ต้องตายคาโต๊ะทำงาน คือ ระบบ (System)
.
ลองเช็กดูว่า วันนี้ธุรกิจของคุณขับเคลื่อนด้วย "ความขยันของคุณ" หรือ "ระบบ" ด้วย 3 คำถามนี้
.
📊 [1] ระบบรับคน (Recruitment & Onboarding) เวลาคนเก่าลาออก คุณต้องมานั่งสอนงานคนใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกครั้งไหม?
📌 (ถ้ามีระบบ : คุณจะมีคู่มือ (SOP) หรือวิดีโอสอนงานมาตรฐาน ที่ใครเข้ามาก็เรียนรู้ และทำงานแทนกันได้ภายใน 1 สัปดาห์)
.
📊 [2] ระบบการตัดสินใจ (Decision Making) ลูกน้องต้องเดินมาถามคุณทุกเรื่องไหม? ตั้งแต่ลดราคาให้ลูกค้าได้ไหม ไปจนถึงกระดาษทิชชูในห้องน้ำหมดต้องซื้อยี่ห้ออะไร?
📌 (ถ้ามีระบบ : คุณจะมีไกด์ไลน์อำนาจการตัดสินใจที่ชัดเจน ลูกน้องรู้กรอบของตัวเอง และตัดสินใจเรื่องเล็กๆ แทนคุณได้เลย)
.
📊 [3] ระบบตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control) สินค้า หรือบริการของคุณ จะดีหรือแย่ ขึ้นอยู่กับว่า "วันนี้ใครเป็นคนทำ" หรือเปล่า?
📌 (ถ้ามีระบบ : ไม่ว่าพนักงาน A หรือ B เป็นคนชงกาแฟ รสชาติ และหน้าตาจะต้องออกมาเหมือนกันเป๊ะ 100%)
.
CEO ที่เก่ง ไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือคนที่ "สร้างระบบ" ให้คนธรรมดาๆ สามารถทำงานให้ออกมาดีเยี่ยมได้
.
ปี 2026 แล้ว เลิกเอา "หยาดเหงื่อ" ไปแลกเงิน แต่เอาเวลาไปสร้าง "ระบบ" ให้มันหาเงินแทนคุณ
.
ตอนนี้ในบริษัทของคุณ เรื่องไหนที่คุณอยาก "ปล่อยมือ" ให้ระบบจัดการแทนมากที่สุดครับ? (เช่น เรื่องรับคน, สต๊อกสินค้า, หรืองานขาย) คอมเมนต์มาคุยกันครับ!
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #BusinessSystem #ScalingUp
... See MoreSee Less

ตอนเริ�
Load more

SCAN THE QR CODE TO CONTACT

เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ

COPYRIGHT 2023 © NINEPOLTHEP.COM

ทำไมต้องเรียนกับ NinePolthep ?

แน่นอนว่า ปัจจุบันมีสถาบันมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรการขาย (Sales and Marketing) ซึ่งก่อนการตัดสินใจแน่นอนว่าอาจจะเกิดคำถามขึ้นได้ว่ามีเหตุผลอะไรถึงต้องมาเลือกเรียนกับ NinePolthep

เพราะด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 15 ปี ที่คลุกคลีอยู่ในสายงานการขายและการตลาด“ผมจึงเข้าใจในความต้องการและปัญหาต่างๆ” ของเหล่าผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงพนักงานขาย ผมจึงออกแบบการอบรมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและสามารถนำไปใช้งานได้จริง

ได้ประโยชน์ เรียนให้เข้าใจ ไม่ต้องท่องจำ

SELL ME IF YOU CAN ขายให้ได้…ถ้า (นาย) แน่จริง

เสียงตอบรับจากผู้เรียน

REVIEWS

facebook
framework ที่อจ.นายสอน เข้าใจง่าย และนำมาใช้งานได้จริง..อจ.ยกตัวอย่างเคสให้ฟัง เห็นภาพชัด และสนุก ไม่เบื่อเลยค่ะ😊
facebook
สำหรับมือใหม่ที่เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางการจัดการ อาจารย์นายแนะนำและอธิบายแนวทาง ขั้นตอน และวิธีการในการวางแผนได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย รู้สึกได้ถึง passion ที่เพิ่มขึ้นมากๆเลยค่ะ❤️‍🔥
facebook
สอนดีมากเข้าใจง่ายใช้ได้จริง
facebook
สอนเข้าใจง่าย เครื่องมือเยอะ ฟังได้ทั้งวัน ไม่น่าเบื่อ โอกาสหน้าจะมาอีกครับ
หลักสูตรนี้ เหมาะกับใคร​

เจ้าของธุรกิจ SME / สตาร์ทอัพ

นักการตลาด

ผู้บริหารองค์กรฝ่ายต่างๆ เช่นฝ่ายบุคคล ฝ่ายการผลิต เป็นต้น

หลักการและเเนวความคิดของหลักสูตร

ปัจจุบันการขายทวีความยากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และคู่แข่งในตลาดที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาลในทุกๆวัน ลูกค้ามีตัวเลือก และคู่เปรียบเทียบที่หลากหลาย ทำให้ความคาดหวังของลูกค้าจึงสูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อความอยู่รอดและเติบโตทางธุรกิจ นักขายทุกท่านจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยกระดับ “ความสามารถในการขายและการรักษาลูกค้า” ซึ่งเทคนิการขายแบบเดิมๆ การนำเสนอขายที่พูดถึงแค่คุณสมบัติสินค้าของตนเองที่เคยใช้กับลูกค้าในอดีตที่ผ่านมา อาจไม่เพียงพอต่อ ‘การปิดการขาย’ และไม่สามารถ “พิชิตใจลูกค้า” ได้อีกต่อไป

หนึ่งในวิธีที่กำลังมาแรงและได้รับการยอมรับว่าได้ผลลัพธ์ ที่น่าพอใจคือการขายแบบ “ที่ปรึกษา” ซึ่งเทคนิคการขายแบบให้คำปรึกษานั้นช่วยเจาะลึก ค้นหาเข้าใจความต้องการหรือปัญหาที่แท้จริงของลูกค้าและนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ โดยวิธีการที่จะทำให้คุณได้เข้าใจและค้นหาความต้องการ / ปัญหาของลูกค้า หรือที่เรียกว่า ‘Pain Points’ นั่นเอง

จะดีกว่าไหม หากคุณสามารถค้นหา “Pain Points” จนเปลี่ยน “ความต้องการขาย” ให้เป็น “ลูกค้าอยากซื้อ”

เราจึงสร้างหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาทักษะการขายแบบที่ ปรึกษา ที่จะช่วยเสริมสร้างให้เป็น “นักแก้ปัญหา” มากกว่าแค่ “นักขาย” ลงลึกถึงปัญหา สร้างการเรียนรู้ สู่การสร้างทักษะด้วย Practical Knowledge เพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง ให้ความรู้ที่ได้รับกลายเป็นทักษะติดตัว โดยเริ่มตั้งแต่ทักษะการสื่อสาร “สร้างทัศนคติ” ของการเป็นที่ปรึกษา การเตรียมตัวก่อนเข้าพบลูกค้า บุคลิกภาพ การแสดงออกทางสีหน้าและท่าทาง แนวคิดที่มีต่อลูกค้าและสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการขายด้วยวิธีการที่ถูกพัฒนามาจากประสบการณ์ตรงในการเป็นนักขายของครูผู้สอน ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลง “วิธีคิด” และ “วิธีการ” ให้การขายในทุกๆครั้งของคุณสามารถแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดได้เสมอ

รายละเอียดเนื้อหาของหลักสูตร

01

Successful Consultant

เนื้อหาส่วนที่ 1

  1. ขายแบบคุณหมอ คือไม่ขาย

  2. เรื่องควรรู้สู่การเป็นที่ปรึกษา

  3. เคล็ดลับของรวงข้าว เพิ่มเสน่ห์ให้นักขาย

  4. เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

  5. The Power of 1%

  6. รู้จักตนเอง

  7. รู้ใจลูกค้า

  8. รู้ว่าแข่งกับใคร

  9. รู้ว่าอะไรเป็นจุดชนะ (Winning Zone)

  10. ถามอย่างไรให้ค้นใจลูกค้า

  11. Present3

02

Successful Sales Person

เนื้อหาส่วนที่ 2

  1. สุขที่หายไป หรือ ทุกข์ที่มากไป

  2. สะสมคำขอบคุณ

  3. แพ้เป็นแต่ไม่ยอมแพ้

  4. ไม่มีข้อแม้ให้ความสำเร็จ

  5. ปิดการขายให้ได้ใจลูกค้า

  6. โดนปฏิเสธซ้ำๆ ทำใจอย่างไร

  7. ติดตาม ดูแล เทคแคร์ทุกคน

03

Intensive Workshop

เนื้อหาส่วนที่ 3

  1. Workshop การถามเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

  2. Workshop การนำเสนอสินค้าด้วย เทคนิค F/A/B นำเสนอ Value ที่ ลูกค้าอยากฟัง

  3. Workshop การรับมือคำปฏิเสธ อย่างเป็นมืออาชีพ

  4. Workshop ปิดการขายให้ได้ใจและได้ ยอดขาย

  5. Discuss ปัญหาการขายจากประสบการณ์จริงและแนวทางการ แก้ไขอย่างมืออาชีพ

  6. การรับมือกับการปฏิเสธ หรือปัญหาที่การขึ้นในระหว่างการขาย

  7. เปิดโอกาสให้สามารถชักถามภายในคลาสกับวิทยากร

รายละเอียดเนื้อหาของหลักสูตร

01

Mindset ของนักแก้ปัญหา

  1. สุขที่ขาดหายไป ทุกข์ที่มากไป 

  2. ขายแบบไม่ขายทำยังไง

  3. ทำยังไงถึงจะเป็นที่ปรึกษาที่ลูกค้าติด

  4. วิธีเพิ่มเสน่ห์ให้นักขายคืออะไร

  5. ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างก่อนไปเจอลูกค้า

  6. พลังของการทำ 1% คืออะไร

  7. ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดหน

02

เทคนิคนักขายแบบที่ปรึกษา

1. รู้จักตัวเองดีพอหรือยัง

workshop : จุดแข็ง

2. รู้จักลูกค้าดีพอหรือยัง

workshop : DBGP + จุดขาย

3. รู้จักคู่แข่งดีพอหรือยัง

4. รู้ว่าอะไรเป็นจุดชนะ (Winning Zone)

workshop : วิเคราะห์ จุดแข็ง VS จุดขาย VS จุดชนะ

5. ถามเป็นจะเห็นทาง ฟังเป็นจะเห็นใจ

6. 3 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนนำเสนอสินค้า

7. เทคนิคการนำเสนอ FAB/BFA พูดเรื่องของลูกค้า หรือ เรื่องของเรา?

workshop : การนำเสนอด้วยเทคนิค FAB/BFA

8. เทคนิคการปิดการขาย กระตุ้นการซื้อ

9. โดนปฏิเสธซ้ำๆ ทำใจอย่างไร

workshop : รับมือคำปฏิเสธ

10. เทคนิคการติดตามลูกค้า

หากเรียนแล้วไม่เห็นผล ใช้งานจริงไม่ได้ ยินดีคืนเงิน 100%

กระบวนการขายที่มีประสิทธิภาพ

“Effective Consultative Sales Process”

ก่อนเจอลูกค้า

ระหว่างเจอลูกค้า

หลังเจอลูกค้า

Successful Consultant

Early Bird 9,800 ฿

ราคาปกติ 14,900 ฿

SAVE 5,100฿

Day 1

ขายแบบคุณหมอ คือไม่ขาย

4 เรื่องควรรู้ สู่การเป็นที่ปรึกษา

เคล็ดลับของรวงข้าว เพิ่มเสน่ห์ให้นักขาย

เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าขึ้น

The Power of 1%

The Empathy Map

รู้จักตนเอง

รู้ใจลูกค้า

รู้จักคู่ใคร

รู้ว่าอะไรเป็นจุดชนะ (Winning Zone)

ถามเป็นเห็นทาง ฟังเป็นเห็นใจ

Present3

Successful Sales Person

Early Bird 9,800 ฿

ราคาปกติ 14,900 ฿

SAVE 5,100฿

Day 2

Present3

ตอบแชทอย่างไร ให้ทัชใจ

ปิดการขาย ให้ได้ใจลูกค้า

โดนปฏิเสธซ้ำๆ ทำใจอย่างไร

ติดตาม ดูแล เทคแคร์ทุกคน

บรรยากาศคลาสเรียน

คำถามที่พบบ่อย

หลักสูตร Sell Me If You Can เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้างและพัฒนาทักษะการขายแบบที่ปรึกษาให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานขาย หรือผู้ที่สนใจ ด้วยการเรียนรู้แบบ “Workshop-based learning” ช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลง “วิธีคิด” และ “วิธีการ” ด้วยเทคนิคที่ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงด้านการขายมากกว่า 15 ปี

หลักสูตร Sell Me If You Can เป็นหลักสูตรสอนสด (Offline) เพื่อประโยชน์สูงสุดในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ Intensive-Workshop พร้อมเปิดโอกาสในการซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สอน หรือระหว่างผู้เรียนในชั้นเรียนด้วยกัน

หลักสูตร Sell Me If You Can (Public Training) โดยปกติหลักสูตรถูกออกแบบมาให้เรียน 2 วันเต็ม โดยที่มีเนื้อหาต่อเนื่องกัน แต่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ 2 แบบ คือ รูปแบบที่หนึ่งเรียน 1 วัน (ได้เฉพาะวันแรก) และรูปแบบที่สองเรียน 2 วัน (เลือกเรียนคนละเดือนได้ แต่ต้องเรียนเนื้อหาของวันแรกมาก่อนแล้วเท่านั้น)

DAY 1 Successful Consultant เริ่มต้นด้วยวิธีคิดของการขายแบบที่ปรึกษา การวิเคราะห์ตนเอง ลูกค้า และคู่แข่ง เพื่อค้นหาจุดชนะ (Wining Zone) ที่จะนำไปสู่การนำเสนอขายสินค้าและบริการด้วยเทคนิค FAB > BFA อย่างมืออาชีพ และ DAY 2 Successful Sales Person ทบทวนฝึกฝนเนื้อหาที่เรียนไปวันแรกผ่านการทำ Workshop, Role play จากนั้นเรียนเพิ่มเติมในส่วนของเทคนิคการปิดการขาย การรับมือกับข้อโต้แย้งหรือคำปฏิเสธ รวมถึงการติดตามลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเฉพาะ DAY 1 ได้ แต่ไม่สามารถเลือกเรียนเฉพาะ DAY 2 ได้ เนื่องจากการลงมือทำ Intensive-Workshop ต้องมีพื้นฐาน “วิธีคิด” และ “วิธีการ” จากการเรียนในวันแรกมาก่อน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและประโยชน์สูงสุดในการเรียน

สามารถเรียนได้ เพราะหลักสูตร Sell Me If You Can เริ่มต้นตั้งแต่การปรับวิธีคิด (Mindset) ให้ผู้เรียนได้เข้าใจและมองเห็นภาพว่าทำไมถึงต้องยกระดับจาก “นักขาย” ให้เป็น “ที่ปรึกษา” พร้อมพัฒนาทักษะด้วยเทคนิคการขายที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถค้นใจลูกค้าจนไปสู่การพิชิตใจได้ในที่สุด

เหมาะกับลักษณะการขายหรือการนำเสนอสินค้า/บริการที่…

1) ไม่ต้องการแข่งขันราคา แต่ต้องการนำเสนอคุณค่าอื่นๆให้แก่ลูกค้า

2) สินค้า/บริการ ที่มีข้อมูลเยอะ ต้องการการอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจ มองเห็นประโยชน์หรือมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

3) สินค้า/บริการ ที่มีราคาสูง ลูกค้าต้องการได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เช่น อสังหาริมทรัพย์, รถ, ของแต่งบ้าน, คลินิกความงาม เป็นต้น

4) การนำเสนอไอเดียระหว่างธุรกิจ B2B เช่น เซลล์ขายสินค้า/บริการระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ

ลงทะเบียนเรียน

ปรึกษาธุรกิจกับ NinePolthep

ลงทะเบียนตอนนี้

รับส่วนลดพิเศษ 1,000 บาท

ราคาพิเศษ Early Bird จะหมดใน

SCAN THE QR CODE TO CONTACT

เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ

COPYRIGHT 2023 © NINEPOLTHEP.COM