In-House Training

หลักสูตรอบรมสำหรับองค์กร

เพิ่มขีดความสามารถบุคลากร ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร

อาจารย์นาย

พลเทพ มาศรังสรรค์ และทีมที่ปรึกษา

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 18 ปี ที่คลุกคลีอยู่ในสายงานการขายและการตลาด ” ผมจึงเข้าใจความต้องการและปัญหาต่าง ๆ ” ของเหล่าผู้ประกอบการ นักการตลาด รวมถึงพนักงานขาย

หลักสูตรการอบรมของผมและทีมที่ปรึกษา จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และนำไปใช้ในการทำงานได้จริง

เรียนง่าย ไม่ต้องท่องจำ ปรับใช้กับการทำงานได้จริง

ทำไมต้องเลือกเรียนกับ NINEPOLTHEP ?

ทำไมต้องเลือกเรียนกับ
NINEPOLTHEP ?

18 ปี+

ประสบการณ์ของ Nine Polthep

1000

ล้าน +

สร้างยอดขายให้กับ SMEs

2000

ชั่วโมง +

อบรมพัฒนาบุคลากร

เพิ่มศักยภาพทีมงาน

ด้วยหลักสูตรที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรคุณ

กว่า 100+ องค์กรชั้นนำ

ที่ไว้วางใจให้ NINE POLTHEP ดูแล

“เพิ่มขีดความสามารถบุคลากร ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร”

เราเข้าใจดีว่า บุคลากร คือกุญแจ “สู่ความสำเร็จ” ในการดำเนินธุรกิจของทุกๆองค์กร เพื่อสร้างความสำเร็จของคุณให้เกิดขึ้นได้จริง และ เป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน

หลักสูตรของ NinePolthep จึงถูกออกแบบมา ให้เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบ “Workshop-based learning” เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ได้รับ ให้กลายเป็นทักษะติดตัวเข้าใจเนื้อหา วิธีการได้ง่าย และรวดเร็วกว่า

ด้วยประสบการณ์ และความรู้ ของทีมผู้สอนของ NinePolthep ที่เป็นตัวจริงในแต่ละด้านจึงพร้อมที่จะส่งเสริม ให้บุคลากรของคุณ นำความรู้ความสามารถไปพัฒนาองค์กรได้อย่างเต็มศักยภาพ และ นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กร

OUR RECOMMENDED
STEPS FOR YOUR SUCCESS

หมายเหตุ : รูปแบบเนื้อหาการเรียนการสอน จำนวนวันจัดอบรม สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามโจทย์ของผู้บริหาร หรือปรับให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของแต่ละองค์กรได้

หลักสูตรอบรมที่เราเชี่ยวชาญ

หลักสูตร

ที่ปรึกษาการขาย

(Consultative Sales Skill)

หลักสูตร

บริหารทีมขาย

(Sales Team Management)

หลักสูตร

พัฒนาภาวะผู้นำ

(Leadership Management)

หลักสูตร

ออกแบบการบริการ

(Service Blueprint Design)

หลักสูตร

การตลาดและการสร้างแบรนด์

(Branding for Digital Marketing)

หลักสูตร

วางแผนและพัฒนาธุรกิจ

(Business Strategy Creation)

ภาพบรรยากาศการเรียน

กระบวนการทำงาน

การจัดอบรมภายในองค์กร (In-house Training)

PRE CLASS

ประชุมครั้งที่ 1 ออกแบบหลักสูตรร่วมกับอาจารย์

IN CLASS

วันอบรม : เรียนรู้เนื้อหาและฝึกฝน

POST CLASS

ประชุมครั้งที่ 2 รายงานผลหลังอบรม

FOLLOW UP CLASS

วันอบรม : ฝึกฝน Workshop & Role play

POST CLASS

ประชุมครั้งที่ 3 รายงานผลหลังอบรม

PRE CLASS

ประชุมครั้งที่ 1

  •  ประชุมระหว่างผู้สอน และผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายบุคคล หรือ Management Level ที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อเตรียมเนื้อหาในการเรียน และ ออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในแต่ละองค์กรมากที่สุด

มอบหมายการบ้าน

  • ให้ผู้เข้าร่วมอบรม ทำการวิเคราะห์ลูกค้าและคู่แข่ง ช่วยให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจ สามารถมองเห็นภาพธุรกิจของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้หลักสูตร และลงมือทำ Workshop ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

IN CLASS

วันอบรม

  • Workshop-based Learning : เรียนรู้เนื้อหา และฝึกฝน ผ่านการทำ Workshop และ Role play สุดเข้มข้น เพื่อพัฒนา “ความรู้” ให้กลายเป็น “ทักษะ” ได้ทันที
  • Case-based Learning : แลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ระหว่างผู้อบรม และผู้สอน พร้อมค้นหา แนวทางที่ถูกต้องร่วมกับผู้สอน
  • ปิดท้ายหลักสูตรด้วยการสรุปข้อปฏิบัติ แนวทาง ที่ถูกต้องให้กับผู้เรียน ก่อนนำไปปรับใช้ใน การทำงานจริง

POST CLASS

ประชุมครั้งที่ 2

  • ประชุมระหว่างผู้สอน และผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายบุคคล หรือ Management Level ที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อรายงานสรุปผลการเรียนรู้ในภาพรวมของทีม และรายงานผลผู้เรียนที่โดดเด่น / ควรปรับปรุง พร้อมเสนอแนะแนวทางการพัฒนาต่อไป

FOLLOW UP CLASS

วันอบรม

  • หลังจาก IN CLASS เสร็จสิ้น เว้นระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ กลับมาติดตามผลการเรียนรู้ และทบทวนบทเรียน จากการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ในชั้นเรียน ไปปรับใช้ในงานจริง
  • ตรวจสอบปัญหาที่พบ หรือข้อควรปรับปรุง เมื่อนำเทคนิคที่ได้ไปใช้ในการทำงานจริง ผ่านการ ลงมือทำ Intensive-Workshop แบบรายบุคคล ตลอดทั้งวัน
  • Intensive-Workshop Class ฝึกทำ Workshop ตลอดทั้งวัน โดยไม่เรียนเนื้อหาอื่นเพิ่มเติม

POST CLASS

ประชุมครั้งที่ 3

  • ประชุมระหว่างผู้สอน และผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายบุคคล หรือ Management Level ที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อรายงานสรุปผลการเรียนรู้ในภาพรวมของทีม และรายงานผลผู้เรียนที่โดดเด่น / ควรปรับปรุง พร้อมเสนอแนะแนวทางการพัฒนาต่อไป

เสียงตอบรับจากผู้เรียน

In-house Training หลักสูตรอบรมสำหรับองค์กร

ออกแบบหลักสูตรกับเรา
เพื่อช่วยพัฒนาและเพิ่มทักษะให้ทีมงานของคุณ

Facebook

NinePolthep Consulting ที่ปรึกษาธุรกิจ การตลาด พัฒนาองค์กร

NinePolthep Consulting พวกเราใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ช่วยลูกค้าพัฒนาธุรกิจ การตลาด ในฐานะที่ปรึกษาด้านองค์กร กลยุทธ์ แผนการตลาด การยิงแอดโฆษณา และเพื่อนคู่คิดตลอดเส้นทางธุรกิจของคุณ

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons

ช่วงนี้เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนบ่นกับผมว่า "ทำการตลาดเหนื่อยมาก ยิงแอดเท่าเดิม จัดโปรแรงขึ้น แต่ลูกค้ากลับเงียบกริบ" หลายคนเริ่มโทษทีมเซลส์ หรือโทษว่าคอนเทนต์ไม่โดนใจ
.
แต่ในมุมมองของเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาค (Macroeconomics) ผมอยากบอกความจริงที่ SME ต้องยอมรับว่า... ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เราเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "โครงสร้างกระเป๋าตังค์ของคนไทย" กำลังเจอวิกฤตซ้อนวิกฤตด้วย
.
นี่คือ 3 ความจริงของ 'เงินเฟ้อสไตล์ไทยแลนด์' ที่คุณต้องเข้าใจ หากอยากวางแผนธุรกิจให้รอดในปีนี้
.
🇹🇭 1. เราเจอเงินเฟ้อแบบ 'ของแพง' ไม่ใช่ 'คนรวยขึ้น'
ในประเทศที่เศรษฐกิจดี เงินเฟ้อจะเกิดจากการที่คนมีรายได้เยอะขึ้น แย่งกันซื้อของ ทำให้ของแพงขึ้น
📌 เงินเฟ้อบ้านเราเกิดจาก "ต้นทุนฝั่งผลิต" (ค่าไฟ, ค่าแรง, ค่าขนส่ง) ที่พุ่งสูงขึ้น บีบให้ราคาสินค้าต้องขยับตาม ทั้งๆที่ความต้องการซื้อ (Demand) ในตลาดยังเหือดแห้ง ผลคือ SME แบกต้นทุนหลังแอ่น แต่ลูกค้ากำลังซื้อลดลง
.
🇹🇭 2. กำแพง 'หนี้ครัวเรือน' ที่สูบกำลังซื้อ
ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงเกิน 90% ของ GDP (สูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย)
📌 ต่อให้คุณทำโปรโมชันลดแลกแจกแถมดีแค่ไหน ลูกค้าก็ "รูดบัตรซื้อไม่ไหวแล้ว" เพราะวงเงินเต็ม และต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายค่างวดรถ งวดบ้าน ลูกค้าชนชั้นกลางลงไปจึงตัดงบ "สินค้าฟุ่มเฟือย" ทิ้งอย่างเด็ดขาด และโฟกัสแค่ปัจจัยสี่
.
🇹🇭 3. ภาวะ 'กลืนไม่เข้า คายไม่ออก' ของการตั้งราคา
SME ไทยกำลังถูกบีบให้อยู่ตรงกลางแซนด์วิช
📌 ถ้าคุณ "ขึ้นราคา" เพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคา (Price Sensitive) จะหนีไปหาแบรนด์คู่แข่งทันที แต่ถ้าคุณ "ตรึงราคาเดิม" เพื่อรักษายอดขาย (Volume) คุณก็กำลังควักเนื้อตัวเองขาดทุนหลังบ้านทุกวัน
.
เมื่อน่านน้ำเดิมมันแห้งขอด การดันทุรังวิ่งเข้าหาลูกค้ากลุ่มเดิมด้วยวิธีเดิมๆ คือการเผาเงินทิ้ง
.
ในสถานการณ์ที่ SME ไทยต้องสู้ศึกหนักแบบนี้... ธุรกิจของคุณมีวิธี "รับมือ" หรือ "ปรับตัว" กับภาวะต้นทุนพุ่งแต่ลูกค้ากระเป๋าแฟบกันยังไงบ้างครับ ?
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #เศรษฐกิจไทย #กำลังซื้อ #เงินเฟ้อ #กลยุทธ์ธุรกิจ #MarketingStrategy
... See MoreSee Less

ช่วงนี�

ยอดขายที่ผ่านมาโตเพราะ 'ฝีมือ' หรือแค่ 'ดวง' ?
หากคุณตอบไม่ได้ด้วยตัวเลข นั่นคือระเบิดเวลาของการขยายธุรกิจ 🔥
.
สำหรับธุรกิจที่อยาก Scale up ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ขายไม่ได้ แต่คือระบบการทำงานเดิมที่ 'ตัน' เพราะทุกอย่างยังรวมศูนย์อยู่ที่เจ้าของ
.
ยิ่งพยายามสเกลโดยการลอกระบบคนอื่นมาใช้แบบไม่เข้าใจตัวเอง ยิ่งทำให้โครงสร้างรวน และคุมทิศทางได้ยาก
----------
ที่ NinePolthep Consulting เราช่วยผู้บริหารย้ายโฟกัสจากงานรายวัน สู่การวาง 'เข็มทิศเชิงกลยุทธ์' ผ่านการวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจจริง
.
📊 Sales Analysis : เปลี่ยนจากความรู้สึก เป็นการวิเคราะห์ยอดขายเชิงลึก เพื่อหา 'จุดแข็ง' ที่ทำเงินได้จริง
📊 Organizational Restructuring : ออกแบบโครงสร้างทีม และระบบการจัดการใหม่ให้รองรับการ Scaling Up ลดการพึ่งพาตัวบุคคล สู่การบริหารด้วยระบบที่เป็นมาตรฐาน
📊 Strategic Action Plan : นำ Insight จากหน้างานจริงมาเปลี่ยนเป็นแผนปฏิบัติการที่ทีมงานเดินตามได้ทันที เพื่อการขยายตัวที่มั่นคง และยั่งยืน
.
อย่าปล่อยให้ความเสี่ยงจากการไม่มีระบบ มาหยุดยั้งโอกาสในการเติบโตของธุรกิจคุณ… สนใจปรึกษาปัญหาธุรกิจ ทักแชทมาพูดคุยกันได้เลยครับ
----------
🎯 ปรึกษาธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาองค์กร
ได้ที่ LINE Official : @ninepolthep (มี @ นำหน้า) หรือ
คลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
ข้อมูลเพิ่มเติม : ninepolthep.com/business-marketing-consulting/
.
#NinePolthep #ที่ปรึกษาธุรกิจ #BusinessConsulting #ScaleUpBusiness #วางกลยุทธ์ธุรกิจ #โครงสร้างองค์กร #SMEThailand #BusinessGrowth
... See MoreSee Less

ยอดขาย�

หลายคนอาจจะมองว่า ปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของตะวันออกกลางที่ไกลตัว
.
แต่ในฐานะที่ปรึกษาธุรกิจ ผมอยากเตือนให้เจ้าของ SME ไทยทุกคน เพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Shockwave) กำลังเดินทางมาถึงหน้าประตูบ้านเราแล้ว
.
โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่สุดคือ "การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ตอนนี้การสัญจรแทบจะเป็นอัมพาต และหากสงครามครั้งนี้ไม่จบลงใน 2-3 สัปดาห์ แต่ "ยืดเยื้อ" ออกไป... นี่คือ 3 คลื่นกระแทกที่ SME ไทยต้องเตรียมรับมือ
.
🔥 "ต้นทุนพลังงาน และลอจิสติกส์" พุ่งทะลุเพดาน
ทันทีที่ช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหา ราคาน้ำมันดิบโลกและก๊าซธรรมชาติจะพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
⚠️ ผลกระทบต่อ SME : ไม่ใช่แค่ค่าน้ำมันเติมรถขนส่งที่จะแพงขึ้น แต่ค่าระวางเรือ (Freight Rate) และค่าเบี้ยประกันภัยสินค้าทางทะเลตอนนี้พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว ใครที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก หรือต้องสั่งวัตถุดิบจากต่างประเทศ เตรียมตัวเจอต้นทุนที่บวกเพิ่มขึ้นในบิลรอบหน้าได้เลย
.
🔥 วัตถุดิบขาดแคลน และแพงขึ้น
ตะวันออกกลางไม่ได้ส่งออกแค่น้ำมัน แต่เป็นแหล่งผลิตสารตั้งต้นสำคัญของโลก
⚠️ ผลกระทบต่อ SME : หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ พลาสติก, เคมีภัณฑ์, ปุ๋ย, บรรจุภัณฑ์ (Packaging) หรือแม้กระทั่งก๊าซหุงต้ม (LPG) ต้นทุนฝั่งการผลิตของคุณจะขยับขึ้นทั้งหมด ยิ่งสงครามยืดเยื้อ ซัพพลายเชนจะยิ่งตึงตัว และอาจเกิดภาวะ "ของขาด" หรือส่งมอบล่าช้ากว่ากำหนด (Lead time ยาวขึ้น)
.
🔥 กำลังซื้อในประเทศหดตัวรุนแรง
นี่คือคลื่นที่น่ากลัวที่สุดสำหรับธุรกิจ B2C เมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนสินค้าทุกอย่างจะแพงตาม (เงินเฟ้อ) ในขณะที่เศรษฐกิจภาพรวมยังฝืดเคือง
⚠️ผลกระทบต่อ SME : ผู้บริโภคจะเข้าสู่โหมด "รัดเข็มขัดขั้นสุด" สินค้าฟุ่มเฟือยจะขายยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าจะชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายค่าครองชีพที่สูงขึ้น
.
ในวิกฤตความขัดแย้งระดับโลกแบบนี้... ธุรกิจที่จะรอด ไม่ใช่ธุรกิจที่สายป่านยาวที่สุด แต่คือธุรกิจที่ "ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำ และปรับตัวไวที่สุด" อย่ารอให้บิลค่าน้ำมัน หรือใบเสนอราคาวัตถุดิบรอบหน้ามาวางบนโต๊ะแล้วค่อยหาทางแก้ เพราะถึงตอนนั้น ต้นทุนที่พุ่งขึ้นอาจจะกลืน "กำไร (Margin)" ของคุณไปจนหมดแล้ว
.
#NinePolthep #เศรษฐกิจโลก #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #ความเสี่ยงธุรกิจ #BusinessStrategy #เศรษฐกิจไทย
... See MoreSee Less

หลายคน�

เจ้าของธุรกิจ SME หลายๆคนมักถามว่า 'จ่ายเงินทำการตลาดแค่ไหนถึงจะเรียกว่าคุ้ม?' เป็นคำถามที่ผมตอบยากที่สุด ถ้าเรายังไม่รู้ว่า "เป้าหมาย" ของคุณคืออะไร เพราะงบการตลาดที่ 'คุ้ม' ของแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน
.
วันนี้จะมากางสูตรการจัดสรรงบการตลาด เพื่อให้คุณไม่ต้อง "เทเงินทิ้ง" แต่เป็นการ "ลงทุนเพื่อผลกำไร"
.
อย่างแรกทำความเข้าใจก่อนว่า การตลาดคือ ‘การลงทุน’ ไม่ใช่ ‘ค่าใช้จ่าย’❗️
.
ก่อนจะไปดูตัวเลข อยากให้ปรับ Mindset เรื่องนี้ก่อน หลายคนมองการตลาดเป็นค่าใช้จ่าย (Expense) ทำให้เวลาเศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแรกที่ตัดทิ้งคือการตลาด แต่จริงๆ แล้วการตลาดคือการลงทุนเพื่อรักษาระดับยอดขาย
.
ซึ่งการกำหนดเปอร์เซ็นต์งบการตลาด มักคำนวณจาก "ยอดขายรวม (Gross Revenue)" โดยแบ่งได้เป็น 3 ระดับหลักๆ คือ
.
📣 1. ระดับ 5% ของยอดขาย (ประคองตัว - Maintenance)
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว หรือต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิม
💡 เน้นการทำ Remarketing, ดูแลฐานข้อมูลลูกค้าเดิม (CRM) และรักษายอดขายให้คงที่
📊 ความคุ้มค่า : ความเสี่ยงต่ำสุด แต่ยอดขายอาจจะไม่หวือหวา
.
📣 2. ระดับ 10-12% ของยอดขาย (เน้นโต - Growth)
เหมาะสำหรับธุรกิจที่อยากขยายฐานลูกค้าใหม่ หรือคู่แข่งในตลาดเริ่มดุเดือด
💡 เน้นการทำ Content ใหม่ๆ, หา Lead ใหม่ (Customer Acquisition) และเพิ่มการรับรู้ (Awareness)
📊 ความคุ้มค่า : เป็นตัวเลขที่สมดุลที่สุดสำหรับ SME ที่ต้องการขยับขยาย
.
📣 3. ระดับ 20%+ ของยอดขาย (บุกตลาด หรือแจ้งเกิด)
เหมาะสำหรับสินค้าใหม่ (New Launch), ช่วง High Season หรือต้องการชิงส่วนแบ่งตลาดกะทันหัน
💡 เน้นการอัดงบโฆษณาทุกช่องทาง และการใช้ Influencer จำนวนมาก
📊 ความคุ้มค่า : ยอดขายพุ่งไว แต่ "กำไรสุทธิ" จะบางมากในช่วงแรก ต้องดู Cash Flow ให้ดี
.
และสิ่งที่ SME มักพลาดคือลืมดู Gross Profit (GP) หรือกำไรขั้นต้นของตัวเอง ก่อนจะเคาะงบ 5% หรือ 20% ให้กลับมาดูว่า "กำไรหลังหักต้นทุนสินค้าแล้ว คุณเหลือที่ว่าง (Margin) ให้เล่นแค่ไหน?"
.
สรุปแล้วตัวเลข 5% หรือ 20% ไม่มีใครผิดใครถูก มีแต่ "เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณไหม" เท่านั้นเอง แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ ตอนนี้ใช้เงินทำการตลาดไปกี่เปอร์เซ็นต์?
.
#NinePolthep #การตลาดสำหรับSME #งบการตลาด #MarketingStrategy #SMEThailand #วางแผนการตลาด #เจ้าของธุรกิจ #BusinessGrowth
... See MoreSee Less

เจ้าขอ�

ในยุคที่ Fast Fashion ราคาถูกล้นตลาด... หลายคนอาจมองว่า "งานฝีมือ" เป็นเรื่องของความช้า และสเกลธุรกิจได้ยาก
.
แต่แบรนด์ไทยเล็กๆ อย่าง Nong Rak เพิ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า "ความประณีต" คือแต้มต่อที่ทำให้เราอยู่เหนือคู่แข่ง ด้วยการทะยานติดอันดับ Top 20 Finalist ของ LVMH Prize 2026 รางวัลที่ยิ่งใหญ่ และทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแฟชั่น ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH (เจ้าของ Louis Vuitton และ Dior)
.
การที่แบรนด์โครเชต์ทำมือจากไทยก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างดีไซน์เนอร์ระดับโลกบนเวทีที่ "หิน" ที่สุดได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
.
ลองมาแกะ 3 กลยุทธ์ที่เปลี่ยน "งานฝีมือ" ให้กลายเป็น "World-Class Luxury" ที่ SME ไทยควรเอาเป็นแบบอย่างกันครับ
.
✅ 1. Small is the New Big : เล็กกว่า แต่ ‘ลึก’ กว่า
Nong Rak ไม่ได้พยายามจะขยายโรงงานให้ใหญ่โตเพื่อผลิตทีละหมื่นชิ้น แต่เขาเลือกที่จะรักษาความ "Handcrafted" ที่ทำด้วยมือคนจริงๆ
🎯 กลยุทธ์ : เปลี่ยนข้อจำกัดของการผลิตได้น้อย ให้กลายเป็นความ Exclusive (ความหายาก)
.
✅ 2. สื่อสารด้วย ‘Branding’
แบรนด์มี Storytelling ที่แข็งแรงมาก เขาไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ขาย "ความทรงจำ" และ "ความอบอุ่น" ผ่านการเลือกใช้วัสดุวินเทจ และดีไซน์ที่ดูมีชีวิตจิตใจ
🎯 กลยุทธ์ : การสร้าง Identity ที่ชัดเจนจนเห็นแค่รูปใน Instagram ก็รู้ทันทีว่านี่คือแบรนด์อะไร โดยไม่ต้องมองป้ายชื่อ
.
✅ 3. Niche Market คือทางลัดสู่ระดับโลก
เขาไม่ได้พยายามขายทุกคน แต่เขาเลือกขายกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานศิลปะและงานคราฟต์จริงๆ จนกลายเป็น Community ที่แข็งแรงมากทั่วโลก
🎯 กลยุทธ์ : เมื่อคุณทำเพื่อ "คนกลุ่มหนึ่ง" ให้ดีที่สุด คนกลุ่มนั้นจะกลายเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังที่สุดให้คุณเอง การไประดับโลกไม่ได้หมายถึงต้องขายคน 7 พันล้านคน แต่คือการหา "กลุ่มคนที่รักในสิ่งเดียวกับคุณ" ให้เจอ แม้เขาจะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม
.
ความสำเร็จของ Nong Rak บอกเราว่า... "อย่าแข่งที่ความเร็ว ถ้าคุณสู้เครื่องจักรไม่ได้ แต่จงแข่งที่ความใส่ใจ เพราะเครื่องจักรเลียนแบบหัวใจไม่ได้”
.
หัวใจสำคัญของ SME ยุค 2026 คือการหาจุดสมดุลระหว่าง "ภูมิปัญญา" และ "รสนิยมสากล" เหมือนที่แบรนด์นี้ทำได้ แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ? มี "งานฝีมือ" หรือ "ความพิเศษ" อะไรซ่อนอยู่บ้าง
.
#NinePolthep #nongrak #LVMH #Branding #smethailand
... See MoreSee Less

ในยุคท�

1 CommentComment on Facebook

ตามไปศึกษาข้อมูลของแบรนด์และชื่นชมฝีมือคนไทย เพิ่มเติมได้ จากลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยครับ nong-rak.com/pages/our-shop

เจ้าของ SME หลายคนภูมิใจที่ตัวเองเป็น "Super Manager" รู้ทุกเรื่อง ตัดสินได้ทุกอย่าง และยุ่งที่สุดในบริษัท แต่ความจริงแล้ว "ความยุ่ง" ของเจ้าของ ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเสมอไป
.
เพราะถ้าบริษัทขยับต่อไม่ได้หากขาดคุณ นั่นคือสัญญาณอันตรายว่าคุณกำลังเป็น 'คอขวด' (Bottleneck) ที่กั้นความเติบโตของธุรกิจตัวเองอยู่
.
ลองเช็ก 3 อาการนี้ กำลังเกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า?
.
⚠️ 1. ทุกอย่างต้อง "รอ" คุณเคาะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ ถ้าพนักงานต้องพูดประโยคที่ว่า "รอถามเจ้านายก่อน" ในทุกๆเรื่อง ผลที่ตามมาคือความล่าช้า และพนักงานจะเลิกใช้ความคิด เพราะรู้ว่าสุดท้ายคุณก็จะเป็นคนตัดสินใจให้อยู่ดี
💡 งานในบริษัทไหลช้าลง หรือหยุดชะงักทันทีเมื่อคุณไม่อยู่หน้าจอ หรือติดประชุมใช่ไหม?
.
⚠️ 2. คุณคือคนที่ "ยุ่งที่สุด" ในทีม
ในขณะที่ลูกน้องต้องนั่งรองานจากคุณ แต่คุณกลับต้องทำงานจนดึกดื่นเพื่อไล่ตอบแชท ตรวจไฟล์งาน หรือลงไปทำหน้างานเองทุกอย่าง นั่นเพราะคุณกำลังทำงาน "ใน" ธุรกิจ (Operations) จนไม่มีเวลาทำงาน "บน" ธุรกิจ (Strategy)
💡 วันนี้คุณได้ใช้เวลาวางแผนอนาคตบริษัทบ้างไหม? หรือทั้งวันหมดไปกับการ "ดับไฟ" รายวัน?
.
⚠️ 3. รายได้แตะ "เพดาน" เพราะเวลาของคุณหมด
หากยอดขายของบริษัทผูกติดอยู่กับ "ความสามารถส่วนตัว" ของคุณ เช่น ต้องคุณไปขายเองเท่านั้นถึงจะได้งาน หรือต้องคุณคุมการผลิตเองคุณภาพถึงจะดี รายได้บริษัทก็จะตันอยู่ที่ขีดจำกัดของแรง และเวลาที่คุณมี
💡 ถ้าอยากได้ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่า คุณต้องทำงานหนักขึ้น 2 เท่าด้วยใช่ไหม? ถ้าใช่... ระบบของคุณมีปัญหาแล้ว
.
ทางแก้สำหรับเจ้าของธุรกิจที่เป็น “คอขวด” คือ
📌 สร้างระบบ (SOP) : เปลี่ยน "ความรู้ในหัวคุณ" ให้กลายเป็น "คู่มือ" ที่ใครทำตามก็ได้มาตรฐานเดียวกัน
📌 หัดมอบหมาย (Delegate) : เริ่มจากอนุญาตให้ลูกน้อง "ตัดสินใจผิดได้บ้าง" ในงบประมาณที่จำกัด เพื่อฝึกให้เขาโต
📌 จ้างคนเก่งกว่ามาทำแทน : อย่ากลัวที่จะจ้างคนที่เก่งกว่าคุณในด้านนั้นๆ มาคุมงานแทน เพื่อให้คุณมีเวลาไปวางแผนภาพใหญ่แทน
.
หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจไม่ใช่การเป็น "ฟันเฟือง" ที่ดีที่สุดครับ แต่คือการเป็น "วิศวกร" ที่ออกแบบให้เครื่องจักรเดินต่อได้เองโดยไม่ต้องมีคุณคอยปั่น
.
#NinePolthep #businessstrategy #ที่ปรึกษาธุรกิจ #การจัดการองค์กร
... See MoreSee Less

เจ้าขอ�
Load more

ชำระค่าอบรมผ่านบัตรเครดิตได้

เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

ติดต่อเรา

SCAN THE QR CODE TO CONTACT

เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ