อบรม
Business Model Canvas

มากกว่าแค่รู้ คือสอนให้คุณ "ทำเป็น"

หลักสูตรที่จะสอนให้คุณใช้ LOGICS ร่วมกับ CREATIVITY ในการออกแบบแผนธุรกิจของคุณให้กลายเป็นจริง และร่วมสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆให้กับธุรกิจของคุณ

ทำไมต้องเรียนกับ NinePolthep ?

แน่นอนว่า ปัจจุบันมีสถาบันมากมายที่เปิดสอนหลักสูตร Business Model Canvas หรือ BMC ซึ่งก่อน การตัดสินใจแน่นอนว่าอาจจะเกิดคำถามขึ้นได้ว่ามีเหตุผลอะไรถึงต้องมาเลือกเรียนกับ NinePolthep 

เพราะเราเข้าใจผู้ประกอบการ หลักสูตร The Canvas Extra จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาในหลายๆด้าน หลักสูตรจะสอนให้คุณได้ทำความเข้าใจถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อธุรกิจ เรารู้ดีว่า กลยุทธ์ที่ดี คือกลยุทธ์ที่สามารถใช้งานได้จริงและเห็นผล และเรายังช่วยให้คุณค้นหาคุณค่าที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า เพราะหน้าที่ของเราคือ “ร่วมสร้างสรรค์เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน”

ได้ประโยชน์ เรียนให้เข้าใจ ไม่ต้องท่องจำ

Business Model Canvas Workshop
เสียงตอบรับจากผู้เรียน
หลักสูตรนี้เหมาะกับใคร?

เจ้าของธุรกิจ SME / สตาร์ทอัพ

นักการตลาด

ผู้บริหารองค์กรฝ่ายต่างๆ เช่นฝ่ายบุคคล ฝ่ายการผลิต เป็นต้น

หลักการและเเนวความคิดของหลักสูตร

ปัจจุบันสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจนั้นมีความหลากหลาย ทวีความยาก และท้าทายขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ และวางแผนอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย หลักสูตร “The Canvas Extra” สามารถทำให้คุณเข้าใจแม่แบบโมเดลธุรกิจ (Business Model Canvas) เพื่อกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Business Strategy) ให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ขององค์กร เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างแนวคิดอย่างสร้างสรรค์พร้อมควบคู่ไปกับตรรกะในการวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้อย่างครบถ้วน นำภาพที่เข้าใจไปใช้ในการปรับกลยุทธ์กับธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และช่วยสร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของ SMEs ที่ต้องการพาธุรกิจ “ก้าวผ่านวิกฤต” หรือ องค์กรที่กำลังรับมือกับการเปลี่ยนผ่านจาก “รุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง”

Business Model Canvas (BMC) ยังถือเป็นเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถใช้ได้กับธุรกิจทุกขนาด และหลากหลายอุตสาหกรรม ออกแบบมาเพื่อให้บุคลากรทุกคนคิดและเห็นภาพรวมขององค์กรในทิศทางเดียวกันและสามารถระบุปัญหาหรือความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้แต่ละฝ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่กลไกการขับเคลื่อนองค์กรที่ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงการสร้างความสามัคคีและความเข้าใจอันดีในหมู่พนักงานที่ทำหน้าที่ต่างกันเพื่อให้องค์กรพัฒนากลยุทธ์สำหรับการเติบโตได้อย่างอย่างยั่งยืน

Business Model Canvas (BMC) สามารถช่วยให้คุณตอบคำถามสำคัญกับธุรกิจของคุณ 6 เรื่อง คือ

ใครคือลูกค้าที่เราจะส่งมอบสินค้าหรือบริการ ?

บริษัทจะพัฒนาสินค้าหรือบริการอะไรต่อในอนาคต ?

สนามแข่งขันของเราอยู่ที่ไหน ?

ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับแผนการตลาดที่ต่างกันไป ?

ทำอย่างไรให้สามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้ ?

ลูกค้าต้องซื้อสินค้า/บริการของเรา ?

หลังจากคุณสามารถค้นหาคำตอบเหล่านี้ได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดอีกหนึ่งเรื่องที่คุณต้องค้นหาและสร้างมันขึ้นมาให้ได้ คือ การสร้างจุดชนะ “Winning Zone” ให้กับธุร่กิจของคุณ เพื่อให้สินค้าและบริการของคุณมีที่ยืนในใจของลูกค้า และนำมาซึ่งยอดขายที่เติบโตอย่างยั่งยืน

External Factor Analysis​

ปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการควรจะเข้าใจการประเมินแต่ละด้าน เพื่อนำไปวางแผนในการรับมือ ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงปัจจัยด้านต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ

KEY TRENDS

1. Technology 2. Regulatory 3. Societal & Cultural 4. Socialeconomic

MARKET FORCES

1. Market Segments 2. Needs & Demands 3. Market Issues 4. Switching Costs 5. Revenue Attractiveness

Macro Econimic Forces

1. Global Market Conditions 2. Capital Markets 3. Commodities & Other Resources 4.Economic Infrastructure

Industry Forces

1. Stakeholders 2. Suppliers 3. Competing Services 4. Potential Competitors

รายละเอียดเนื้อหาของหลักสูตร
  1. ศึกษาองค์ประกอบของ Business Model Canvas
  2. วิเคราะห์  External Factor ประเมินสถานการณ์รอบตัว
  3. วิเคราะห์ Supply Chain Analysis
  4. เจาะลึกถึงหัวใจหลักของ Business Model Canvas ทั้ง 9 ช่อง และการนำเสนอแบบตรงประเด็น
  5. วิเคราะห์ Value Proposition Canvas ค้นหา Insight เพื่อสร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างยั่งยืน
  6. เรียนรู้กรณีศึกษาวางแผนธุรกิจ โดยใช้ Business Model Canvas นำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจ
  7. Workshop วิเคราะห์และร่างแผน Business Model Canvas จากสถานการณ์ปัจจุบันสุดท้าทาย
  8. Private Consult วิเคราะห์และเขียน Business Model Canvas จากสถานการณ์จริงของผู้เรียน
รูปแบบในการฝึกอบรม

01

In - Class เรียนรู้ทฤษฎีหลักการ เขียน Business Model Canvas

เนื้อหาส่วนที่ 1

  1. วิเคราะห์ External Factor Analys

  2. เคราะห์ Supply Chain Analysis

  3. ศึกษาและเจาะลึก Business Model Canvas

  4. Value Proposition Canvas

  5. Supply Chain Analysis

  6. Competitive Advantage Analysis

  7. Special Workshop

02

Private Consult 1 Session Workshop สร้าง Business Model Canvas สำหรับคุณ

เนื้อหาส่วนที่ 2

วิเคราะห์และเขียน Business Model Canvas ของธุรกิจ คุณอย่างเจาะลึกเพื่อนำไปใช้งานจริงแบบส่วนตัวกับผู้สอน

03

Private Consult 3 Session Workshop ฝึกเขียน Business Model Canvas & Follow up

เนื้อหาส่วนที่ 3

วิเคราะห์และเขียน Business Model Canvas ของธุรกิจ คุณอย่างเจาะลึกเพื่อนำไปใช้งานจริงพร้อมแบบส่วนตัว กับผู้สอน พร้อมติดตามผลของการนำแผนที่ได้นำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณ และให้คeปรึกษา/ แนวทางในการดำเนินธุรกิจ

หากเรียนแล้วไม่เห็นผล ใช้งานจริงไม่ได้ ยินดีคืนเงิน 100%

Class Room

Early bird 9,800฿

ราคาปกติ 18,900฿

SAVE 9,100฿

Day 1

What is Business Model ?

External Factor Analysis

Customer Segment

Value Proposition Canvas

Customer Jobs

The Empathy Map

Six Techniques to Gain Customer Insight

3C's Model

Customer Channel

Customer Relationships

Customer journey

Revenue Streams

Day 2

Key Resource

ต้นทุนทางการเงิน

การบริหารจัดการทรัพย์สินเบื้องต้น

Culture Canvas

Key Activities

Branding / Marketing Communication

Key Partners

Cost Structure

Class Room &

Private Consult 1 Session

Early bird 18,900฿

ราคาปกติ 24,000฿

SAVE 6,000฿

Day 1

What is Business Model ?

External Factor Analysis

Customer Segment

Value Proposition Canvas

Customer Jobs

The Empathy Map

Six Techniques to Gain Customer Insight

3C's Model

Customer Channel

Customer Relationships

Customer journey

Revenue Streams

Day 2

Key Resource

ต้นทุนทางการเงิน

การบริหารจัดการทรัพย์สินเบื้องต้น

Culture Canvas

Key Activities

Branding / Marketing Communication

Key Partners

Cost Structure

+ Private Consult 1 Session

บรรยากาศคลาสเรียน

คำถามที่พบบ่อย

The Canvas Extra คือหลักสูตรที่จะช่วยให้คุณสร้างเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ด้วย business model canvas ส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้าได้ตรงกลุ่ม และยังทำให้คุณสามารถมองภาพรวมและคิดอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้นเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ โดยการใช้ Business Model Canvas ในการวิเคราะห์ไปกับครูนาย Creative Strategist ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับกลยุทธ์ธุรกิจและการตลาด ช่วยผู้ประกอบการแก้ปัญหาธุรกิจ และสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  • หลักสูตร The Canvas Extra เป็นหลักสูตรสอนสด เพื่อประโยชน์สูงสุดในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ Workshop พร้อมเปิดโอกาสในการซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สอน หรือระหว่างผู้เรียนในชั้นเรียนด้วยกัน

Business Model Canvas เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณตอบคําถามสําคัญกับธุรกิจของคุณ 5 เรื่องคือ
1. WHO ทําสินค้าหรือบริการให้?
2. WHAT ทําอะไร?
3. HOW ทําอย่างไร?
4. MONEY ทําแล้วคุ้มหรือไม่?
5. WHY ลูกค้าต้องซื้อสินค้าคุณ?
หากคุณสามารถค้นหาคําตอบ 5 เรื่องหลักนี้ได้ ก็จะช่วยให้คุณได้คําตอบของ 9 องค์ประกอบของ BMC ให้คุณเห็นภาพรวมของธุรกิจอย่างรอบด้าน เพื่อแผนธุรกิจที่ใช้ได้จริง สร้างองค์กรให้ยั่งยืน เพราะมี Direction ที่แน่นอนนั่นเองครับ

ลงทะเบียนเรียน

ปรึกษาธุรกิจกับ NinePolthep

ลงทะเบียนตอนนี้

รับส่วนลดพิเศษ 1,000 บาท

ราคาพิเศษ Early Bird จะหมดใน

Facebook

NinePolthep Consulting ที่ปรึกษาธุรกิจ การตลาด พัฒนาองค์กร

NinePolthep Consulting พวกเราใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ช่วยลูกค้าพัฒนาธุรกิจ การตลาด ในฐานะที่ปรึกษาด้านองค์กร กลยุทธ์ แผนการตลาด การยิงแอดโฆษณา และเพื่อนคู่คิดตลอดเส้นทางธุรกิจของคุณ

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons

ยกระดับธุรกิจ และการตลาดของคุณ ด้วยทีมงานที่พร้อมเป็น "เพื่อนคู่คิด" แบบครบวงจร!
.
เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจของคุณอย่างเป็นระบบ เราไม่ได้ให้แค่แผนงานบนกระดาษ แต่เราคือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมลงมือทำ (Execution) ร่วมกับทีมของคุณ
.
ที่ NinePolthep Consulting ให้บริการครอบคลุม
.
🎯 Business Strategy - วางกลยุทธ์และทิศทางธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อเป้าหมายที่แม่นยำ ไม่หลงทาง
💡 Branding & Marketing - สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น มีมูลค่า พร้อมวางแผนการตลาดที่เจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย
📈 Performance Marketing - บริหารจัดการแคมเปญโฆษณา เปลี่ยนงบประมาณให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้
🔍 Growth Tracking - ติดตามผลลัพธ์แบบใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อดันธุรกิจให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้
.
ให้เราเป็น "เพื่อนคู่คิด" ที่ดูแลทุกรายละเอียดในธุรกิจของคุณ สนใจปรึกษาบริการธุรกิจ และการตลาดออนไลน์ ทักแชทเพื่อพูดคุยกับเราได้เลยครับ
----------
🎯 ปรึกษาธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาองค์กรได้ที่
LINE Official : @ninepolthep (มี @ นำหน้า)
หรือคลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
ข้อมูลเพิ่มเติม : ninepolthep.com/business-marketing-consulting/
.
#NinePolthep #ที่ปรึกษาธุรกิจ #BusinessConsulting #การตลาดออนไลน์ #PerformanceMarketing #SMEThailand
... See MoreSee Less

ยกระดั�

ใครๆ ก็บอกให้ SME รีบทำ Digital Transformation เพื่อความอยู่รอด แต่ในโลกความเป็นจริง การวิ่งแข่งในยุคเทคโนโลยีไม่ได้เริ่มที่เส้นสตาร์ทเดียวกัน
.
"ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล" (Digital Divide) ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือสังคมอย่างที่งานวิจัยหลายชิ้นระบุไว้ แต่มันคือ "ช่องว่างขนาดมหึมา" ในโลกธุรกิจที่ทำให้บริษัทเล็กๆ ยิ่งสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
.
ลองมาดู 3 ความเหลื่อมล้ำจริงที่ SME ต้องเจอเมื่อเทียบกับ Corporate
.
⚠️ [1] ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ระบบหลักล้าน vs โปรแกรมรายเดือน องค์กรใหญ่มีสายป่านยาวพอที่จะทุ่มงบหลักสิบล้านเพื่อจ้างทีมพัฒนาระบบ (Software/AI) แบบ Custom-made ให้เข้ากับหลังบ้านตัวเองแบบ 100% แต่สำหรับ SME เรามีแค่ตัวเลือกในการเช่าใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (SaaS) หลักร้อยหลักพัน ซึ่งหลายครั้งฟีเจอร์ก็ไม่ตอบโจทย์การทำงานจริง สุดท้ายระบบก็ไม่สมบูรณ์ และเกิดเป็นคอขวดในการทำงาน
.
⚠️ [2] ช่องว่างด้านทักษะบุคลากร
กองทัพผู้เชี่ยวชาญ vs แอดมินผู้เป็นทุกอย่าง นี่คือปัญหาเรื่อง Digital Skills ที่ชัดเจนที่สุด Corporate มีงบจ้าง Data Scientist, IT Support หรือ AI Specialist มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยเฉพาะ ในขณะที่ SME ภาระเรื่องเทคโนโลยีมักจะตกไปอยู่ที่ "เจ้าของ" หรือ "แอดมิน" ที่ต้องทำตั้งแต่ตอบแชท แพ็กของ ยันเซ็ตระบบหลังบ้าน การขาดบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลเฉพาะทาง ทำให้ SME ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
.
⚠️ [3] ช่องว่างในการเข้าถึงโอกาสจาก Data
เดาใจลูกค้าล่วงหน้า vs คลำทางจากสลิปโอนเงิน เทคโนโลยีจะทรงพลังได้ต้องมี "ข้อมูล" (Data) องค์กรใหญ่เก็บพฤติกรรมลูกค้าเป็น Big Data อย่างเป็นระบบมานานนับสิบปี ทำให้สามารถนำ AI มาประมวลผล และยิงโฆษณาได้แม่นยำราวกับจับวาง แต่ SME ส่วนใหญ่ ข้อมูลลูกค้ายังกระจัดกระจายอยู่ในแชท LINE ในสมุดจด หรือสลิปโอนเงิน การขาดระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ทำให้ SME สูญเสียโอกาสในการวิเคราะห์ตลาด และต้องพึ่งพา "สัญชาตญาณ" ในการบริหารธุรกิจแทน
.
💡 ทางออกของคนตัวเล็ก… SME ไม่มีทางเอาชนะทุนใหญ่ด้วย “ขนาดของงบประมาณ และเทคโนโลยี" ได้ แต่เราสามารถชนะได้ด้วย “ความยืดหยุ่น และความใส่ใจ" (Agility & Empathy) แทนที่จะพยายามลงทุนสร้างระบบใหญ่โต ให้เริ่มจากการใช้เครื่องมือฟรี หรือราคาถูกมาลดงานจุกจิกหลังบ้าน (เช่น ระบบจัดการสต๊อกง่ายๆ หรือ แชทบอทตอบคำถามซ้ำๆ) แล้วดึงเวลาที่เหลือ "ไปลงพื้นที่ดูแลลูกค้าแบบตัวต่อตัว" ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI และองค์กรใหญ่ที่อุ้ยอ้ายไม่มีวันทำได้ดีเท่าคนตัวเล็กอย่างเราครับ
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #DigitalTransformation #BusinessStrategy #Corporate
... See MoreSee Less

ใครๆ ก็�

ตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ เถ้าแก่หลายคนถูกสอนมาว่า "ต้องขยัน ต้องอดทน ถึงจะรวย" ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง... ในช่วง "ตั้งไข่" ที่เรายังไม่มีทุน ไม่มีคน ต้องทำเองทุกอย่าง
.
แต่ปัญหาของ SME จำนวนมาก คือ พอธุรกิจเริ่มมีรายได้ มีลูกน้อง แทนที่เจ้าของจะสบายขึ้น กลับกลายเป็นว่า "เหนื่อยกว่าเดิม" เพราะต้องคอยตามแก้ปัญหาให้ลูกน้อง ต้องตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง และถ้าไม่มีคุณ... ธุรกิจก็หยุดชะงักทันที มันคือสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังติด "กับดักความขยัน"
.
ในโลกของการสเกลธุรกิจ (Scaling Up) ความขยันอย่างเดียว ไม่สามารถพายอดขายทะลุกำแพงไปได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ธุรกิจโตแบบก้าวกระโดดโดยที่คุณไม่ต้องตายคาโต๊ะทำงาน คือ ระบบ (System)
.
ลองเช็กดูว่า วันนี้ธุรกิจของคุณขับเคลื่อนด้วย "ความขยันของคุณ" หรือ "ระบบ" ด้วย 3 คำถามนี้
.
📊 [1] ระบบรับคน (Recruitment & Onboarding) เวลาคนเก่าลาออก คุณต้องมานั่งสอนงานคนใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกครั้งไหม?
📌 (ถ้ามีระบบ : คุณจะมีคู่มือ (SOP) หรือวิดีโอสอนงานมาตรฐาน ที่ใครเข้ามาก็เรียนรู้ และทำงานแทนกันได้ภายใน 1 สัปดาห์)
.
📊 [2] ระบบการตัดสินใจ (Decision Making) ลูกน้องต้องเดินมาถามคุณทุกเรื่องไหม? ตั้งแต่ลดราคาให้ลูกค้าได้ไหม ไปจนถึงกระดาษทิชชูในห้องน้ำหมดต้องซื้อยี่ห้ออะไร?
📌 (ถ้ามีระบบ : คุณจะมีไกด์ไลน์อำนาจการตัดสินใจที่ชัดเจน ลูกน้องรู้กรอบของตัวเอง และตัดสินใจเรื่องเล็กๆ แทนคุณได้เลย)
.
📊 [3] ระบบตรวจสอบคุณภาพ (Quality Control) สินค้า หรือบริการของคุณ จะดีหรือแย่ ขึ้นอยู่กับว่า "วันนี้ใครเป็นคนทำ" หรือเปล่า?
📌 (ถ้ามีระบบ : ไม่ว่าพนักงาน A หรือ B เป็นคนชงกาแฟ รสชาติ และหน้าตาจะต้องออกมาเหมือนกันเป๊ะ 100%)
.
CEO ที่เก่ง ไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือคนที่ "สร้างระบบ" ให้คนธรรมดาๆ สามารถทำงานให้ออกมาดีเยี่ยมได้
.
ปี 2026 แล้ว เลิกเอา "หยาดเหงื่อ" ไปแลกเงิน แต่เอาเวลาไปสร้าง "ระบบ" ให้มันหาเงินแทนคุณ
.
ตอนนี้ในบริษัทของคุณ เรื่องไหนที่คุณอยาก "ปล่อยมือ" ให้ระบบจัดการแทนมากที่สุดครับ? (เช่น เรื่องรับคน, สต๊อกสินค้า, หรืองานขาย) คอมเมนต์มาคุยกันครับ!
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #BusinessSystem #ScalingUp
... See MoreSee Less

ตอนเริ�

หลายปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึงคำว่า ESG (Environment, Social, Governance) หรือธุรกิจรักษ์โลก SME จำนวนมากมักจะปัดตกและมองว่าเป็นเรื่องของ "บริษัทใหญ่" ที่มีเงินเหลือไปทำ PR ปลูกป่า หรือแจกถุงผ้าลดโลกร้อน
.
แต่ปี 2026 แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว และการลดคาร์บอน ได้เปลี่ยนสถานะจาก "ทางเลือกคนทำดี" กลายเป็น "กติกาภาคบังคับ" ของโลกธุรกิจไปแล้วเรียบร้อย
.
และมันกำลังจะกลายเป็น "กำแพง" ที่คัด SME ที่ไม่ยอมปรับตัว ออกไปจากกระดานแข่งขัน!
.
นี่คือ 3 ผลกระทบจริงที่ต้องเจอถ้า SME ไทยที่ยังเมินเฉยต่อเรื่อง ESG
.
🌱 [1] โดนบริษัทใหญ่ "เท" เพราะทำคาร์บอนพุ่ง
ปี 2026 กฎหมายและนักลงทุนบีบให้บริษัทมหาชนต้องรายงาน และลดก๊าซเรือนกระจก "ตลอดห่วงโซ่อุปทาน" (Supply Chain) นั่นแปลว่า... ถ้าคุณเป็น SME ที่รับจ้างผลิต (OEM) หรือส่งวัตถุดิบให้บริษัทใหญ่ แต่กระบวนการของคุณยังสร้างมลพิษ หรือใช้แพ็กเกจจิ้งที่ย่อยสลายไม่ได้ บริษัทใหญ่จะถูกบังคับให้ "ตัดคุณทิ้ง" จากการเป็นคู่ค้าทันที แล้วหันไปซื้อของจากซัพพลายเออร์เจ้าอื่นที่รักษ์โลกกว่า เพื่อให้ตัวเลขรายงานของเขาสอบผ่าน
.
🌱 [2] กู้เงินยากขึ้น ดอกเบี้ยแพงกว่าเดิม (Green Finance)
ธนาคารยุคนี้ไม่ได้ดูแค่งบกำไรขาดทุนอีกต่อไป แต่เริ่มพิจารณาสินเชื่อโดยอิงจาก "คะแนน ESG" ธุรกิจไหนที่ยังก่อมลพิษ จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ทำให้กู้เงินยากขึ้น หรือโดนชาร์จดอกเบี้ยแพงกว่า ในขณะที่ธุรกิจที่มีนโยบายรักษ์โลกชัดเจน จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ (Green Loan) ได้สบายกว่ากันเยอะ
.
🌱 [3] ต้องแบกรับ "ต้นทุนสีเขียว" (Greenflation)
การเปลี่ยนไปใช้วัสดุรีไซเคิล พลังงานสะอาด หรือปรับปรุงเครื่องจักร ย่อมตามมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นในระยะสั้น ถ้ารอให้ถึงวันที่โดนบีบจนต้องแห่ไปเปลี่ยนพร้อมกัน ต้นทุนตรงนี้จะยิ่งแพงหูฉี่ SME ที่เริ่มทยอยปรับตัวและหาทางรอดตั้งแต่วันนี้ จะบริหารจัดการกำไรในระยะยาวได้ดีกว่า
.
การรักษ์โลกในยุค 2026 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำบุญเอาหน้า แต่คือ “ใบอนุญาตให้ทำธุรกิจต่อ" เริ่มตั้งแต่วันนี้... จากเรื่องเล็กๆ อย่างการจัดการขยะในออฟฟิศ หรือลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ก่อนที่ธุรกิจของคุณจะถูกคัดทิ้งไว้ข้างหลังนะครับ
.
#NinePolthep #ESG #SMEThailand #Business #ความรู้ธุรกิจ
... See MoreSee Less

หลายปี�

ปี 2026 ใครๆ ก็บอกว่า "ถ้าไม่ใช้ AI ธุรกิจจะตาย” ประโยคนี้ทำให้เจ้าของ SME หลายคนกลัวตกขบวน
.
รีบรูดบัตรสมัครสารพัดเครื่องมืออัจฉริยะ ทั้งแชทบอทแพงๆ ระบบ CRM ตัวท็อป หรือโปรแกรมช่วยคิดคอนเทนต์
.
แต่พอจ่ายรายเดือนไปสักพัก มองกลับมาที่ยอดขาย... ทำไมมันไม่พุ่งกระฉูดเหมือนที่ฟังสัมมนามา?
.
ถ้าคุณกำลังเจออาการนี้ คุณอาจกำลังตกหลุมพราง "Digital Divide" (ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล) ในออฟฟิศตัวเองอยู่ครับ นั่นคือภาวะที่เครื่องมือไปไกลล้ำหน้า แต่ “คน และระบบ" ยังล้าหลัง
.
นี่คือ 3 สาเหตุหลักที่ทำให้ SME จ่ายค่า AI ฟรีๆ แต่ไม่ได้ยอดขายเพิ่ม
.
[1] Garbage In, Garbage Out (ระบบเดิมมั่ว AI ก็มั่วตาม)
AI คือเครื่องขยายผลลัพธ์ ไม่ใช่ผู้วิเศษ ถ้าขั้นตอนการทำงาน (Workflow) เดิมของคุณยังสะเปะสะปะ ข้อมูลลูกค้ายังกระจัดกระจายจดใส่สมุดบ้าง ไลน์บ้าง การเอา AI เข้ามา มันก็แค่ไปประมวลผล "ความมั่ว" ให้ออกมาเร็วขึ้นเท่านั้น! ถ้าไม่เริ่มจัดระเบียบข้อมูลหลังบ้าน (Data) ให้เป็นระบบก่อน เครื่องมือแพงแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์
.
[2] ซื้อเพราะ "อยากมี" ไม่ใช่ "อยากแก้"
คุณจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์เพราะเห็นคู่แข่งใช้ หรือซื้อเพราะรู้แน่ชัดว่า "คอขวด" ของธุรกิจคุณอยู่ตรงไหน? ถ้าคุณซื้อมาโดยไม่มีโจทย์ชัดเจนว่าต้องการให้มันมาลดเวลาทำงานส่วนไหน เครื่องมือเหล่านั้นจะกลายเป็นแค่ของเล่นราคาแพง ที่เปิดเห่อใช้แค่ 3 วันแรกแล้วก็ถูกลืม
.
[3] เจ้านายวิ่งไว แต่ลูกน้องหน้างาน "ไม่เอาด้วย"
เครื่องมือเก่งแค่ไหนก็ไร้ค่า ถ้าคนหน้างานใช้ไม่เป็นหรือไม่ยอมใช้! SME มักพลาดตรงที่ยอมจ่าย "ค่าซอฟต์แวร์" แต่ลืมลงทุนกับ "เวลาในการเทรนคน" สุดท้ายพนักงานที่ปรับตัวไม่ทัน ก็จะแอบกลับไปใช้ Excel หรือจดมือแบบเดิมเพราะรู้สึกว่า “คุ้นมือ และเร็วกว่า" การพยายามเรียนรู้ระบบใหม่
.
การทำ Digital Transformation หรือเอา AI มาใช้ให้เกิดผลจริง ไม่ใช่แค่การมีเงิน "ซื้อเทคโนโลยี" แต่คือการ "ปรับ Mindset คน" และ "วางระบบการทำงานใหม่" ให้สอดคล้องกันต่างหาก
.
ตอนนี้ที่ออฟฟิศของคุณ มีค่า Subscription หรือโปรแกรมไหนที่จ่ายรายเดือนทิ้งไว้ แต่แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าบ้างไหมครับ ?
.
#NinePolthep #AIDisruption #SMEThailand #Business #ปัญหาธุรกิจ
... See MoreSee Less

ปี 2026 ใค�

เวลาที่ผมเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้ธุรกิจ SME สิ่งที่แก้ยากที่สุดไม่ใช่เรื่องแผนการตลาด หรือการขายหรอกครับ... แต่เป็น "ปัญหาบนโต๊ะกินข้าว ที่ถูกลากเข้ามาในห้องประชุม”
.
ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะกำลังส่งไม้ต่อให้รุ่นที่ 2, 3 หรือ 4 ปัญหาคลาสสิกที่มักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อถึงเวลาที่ต้องขยายสเกลองค์กร คือ ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่าง "รูปแบบการทำงานแบบเดิม" และ "วิสัยทัศน์ของทายาทรุ่นใหม่"
.
ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ปัญหานี้จะเริ่มกระทบต่อผลประกอบการ และทำให้สูญเสียพนักงานมืออาชีพไปอย่างน่าเสียดาย มาดู 3 ปัญหาหลัก ที่ธุรกิจครอบครัวมักจะเจอในทุกรอยต่อของเจเนอเรชันกัน
.
[1] ปัญหาการแยกกระเป๋าเงิน
โครงสร้างการเงินที่ทับซ้อนกันระหว่าง "ทรัพย์สินส่วนตัวของครอบครัว" และ "กระแสเงินสดของบริษัท" คือปัญหาแรกที่ขัดขวางการเติบโต
.
🎯 ต้องทำ Professionalization (การบริหารแบบมืออาชีพ) โดยแยกบัญชีอย่างเด็ดขาด สมาชิกครอบครัวที่ทำงานต้องรับเงินเดือนตามโครงสร้าง (Payroll) ส่วนผลกำไรของบริษัท ค่อยนำมาจัดสรรเป็น "เงินปันผล (Dividend)" ตามสัดส่วนผู้ถือหุ้นในภายหลัง
.
[2] ปัญหาการประเมินผล และโอกาสเติบโต
ความเหลื่อมล้ำในการประเมินผลงานระหว่าง "พนักงานมืออาชีพที่เป็นคนนอก" กับ “สมาชิกในครอบครัว"
.
🎯 ต้องนำระบบ Meritocracy (ระบบคุณธรรม/วัดที่ผลงาน) มาใช้ สมาชิกครอบครัวที่จะเข้ามาบริหารต้องมี "ธรรมนูญครอบครัว (Family Constitution)" ที่ตกลงร่วมกันชัดเจน เช่น ต้องมีประสบการณ์ทำงานจากองค์กรภายนอกมาก่อน 3-5 ปี หรือต้องผ่านการประเมินผลงาน (KPI/OKR) ด้วยมาตรฐานเดียวกับพนักงานทั่วไป
.
[3] ปัญหาการถ่ายโอนอำนาจ
ความไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ ระหว่างผู้บริหารรุ่นปัจจุบันที่กำลังจะวางมือ กับทายาทรุ่นถัดไปที่เข้ามารับช่วงต่อ
.
🎯 ต้องจัดทำ Succession Plan (แผนสืบทอดกิจการ) ที่มีกรอบเวลาชัดเจน ผู้บริหารรุ่นก่อนหน้าต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ลงมือทำ (Executive)" ไปเป็น "คณะกรรมการบริหาร (Board of Directors)" ที่คอยให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ และให้อำนาจการตัดสินใจรายวัน (Day-to-day operations) แก่ผู้บริหารชุดใหม่อย่างเต็มที่
.
การนำระบบมาตรฐานเข้ามาจับ อาจจะทำให้รู้สึกอึดอัดในช่วงแรก แต่ระยะยาวมันคือวิธีเดียวที่จะรักษาไว้ได้ทั้ง "ความอยู่รอดของบริษัท" และ “ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว" ครับ
.
#NinePolthep #Familybusiness #SMEThailand #ธุรกิจครอบครัว #ปัญหาธุรกิจ
... See MoreSee Less

เวลาที�
Load more

SCAN THE QR CODE TO CONTACT

เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ

COPYRIGHT 2023 © NINEPOLTHEP.COM