Business Health Check

ให้เราช่วย “ตรวจสุขภาพธุรกิจ” ของคุณ

รับเพียง 3 เคส/เดือน เท่านั้น!

รับเพียง 3 เคส/เดือน ท่านั้น!

ลงทะเบียน เพื่อทดลองปรึกษากับทีม NinePolthep

ขั้นตอนการลงทะเบียน

กรุณากรอกข้อมูลในแบบฟอร์มด้านล่าง เพื่อให้เราสามารถเข้าใจธุรกิจของคุณ และช่วยให้คำปรึกษาที่ตรงจุดและมีประโยชน์สูงสุด

เมื่อท่านลงทะเบียนสำเร็จ ทางทีมงานจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

“Business Health Check” คือระยะเวลาสั้นๆ ที่คุณจะได้รับแนวทางการปรับปรุงธุรกิจเบื้องต้น เพื่อให้คุณเห็นชัดว่า...ควรเริ่ม ““แก้” ตรงไหน

หมายเหตุ: แนะนำให้ผู้ที่เข้ารับคำปรึกษาเป็นเจ้าของ กิจการ, ผู้บริหาร, หรือฝ่ายบริหารการตลาด/กลยุทธ์ เพื่อให้การปรึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด

Facebook

NinePolthep Consulting ที่ปรึกษาธุรกิจ การตลาด พัฒนาองค์กร

NinePolthep Consulting พวกเราใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ช่วยลูกค้าพัฒนาธุรกิจ การตลาด ในฐานะที่ปรึกษาด้านองค์กร กลยุทธ์ แผนการตลาด การยิงแอดโฆษณา และเพื่อนคู่คิดตลอดเส้นทางธุรกิจของคุณ

Comments Box SVG iconsUsed for the like, share, comment, and reaction icons

ช่วงนี้เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนบ่นกับผมว่า "ทำการตลาดเหนื่อยมาก ยิงแอดเท่าเดิม จัดโปรแรงขึ้น แต่ลูกค้ากลับเงียบกริบ" หลายคนเริ่มโทษทีมเซลส์ หรือโทษว่าคอนเทนต์ไม่โดนใจ
.
แต่ในมุมมองของเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาค (Macroeconomics) ผมอยากบอกความจริงที่ SME ต้องยอมรับว่า... ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เราเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "โครงสร้างกระเป๋าตังค์ของคนไทย" กำลังเจอวิกฤตซ้อนวิกฤตด้วย
.
นี่คือ 3 ความจริงของ 'เงินเฟ้อสไตล์ไทยแลนด์' ที่คุณต้องเข้าใจ หากอยากวางแผนธุรกิจให้รอดในปีนี้
.
🇹🇭 1. เราเจอเงินเฟ้อแบบ 'ของแพง' ไม่ใช่ 'คนรวยขึ้น'
ในประเทศที่เศรษฐกิจดี เงินเฟ้อจะเกิดจากการที่คนมีรายได้เยอะขึ้น แย่งกันซื้อของ ทำให้ของแพงขึ้น
📌 เงินเฟ้อบ้านเราเกิดจาก "ต้นทุนฝั่งผลิต" (ค่าไฟ, ค่าแรง, ค่าขนส่ง) ที่พุ่งสูงขึ้น บีบให้ราคาสินค้าต้องขยับตาม ทั้งๆที่ความต้องการซื้อ (Demand) ในตลาดยังเหือดแห้ง ผลคือ SME แบกต้นทุนหลังแอ่น แต่ลูกค้ากำลังซื้อลดลง
.
🇹🇭 2. กำแพง 'หนี้ครัวเรือน' ที่สูบกำลังซื้อ
ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงเกิน 90% ของ GDP (สูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย)
📌 ต่อให้คุณทำโปรโมชันลดแลกแจกแถมดีแค่ไหน ลูกค้าก็ "รูดบัตรซื้อไม่ไหวแล้ว" เพราะวงเงินเต็ม และต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายค่างวดรถ งวดบ้าน ลูกค้าชนชั้นกลางลงไปจึงตัดงบ "สินค้าฟุ่มเฟือย" ทิ้งอย่างเด็ดขาด และโฟกัสแค่ปัจจัยสี่
.
🇹🇭 3. ภาวะ 'กลืนไม่เข้า คายไม่ออก' ของการตั้งราคา
SME ไทยกำลังถูกบีบให้อยู่ตรงกลางแซนด์วิช
📌 ถ้าคุณ "ขึ้นราคา" เพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคา (Price Sensitive) จะหนีไปหาแบรนด์คู่แข่งทันที แต่ถ้าคุณ "ตรึงราคาเดิม" เพื่อรักษายอดขาย (Volume) คุณก็กำลังควักเนื้อตัวเองขาดทุนหลังบ้านทุกวัน
.
เมื่อน่านน้ำเดิมมันแห้งขอด การดันทุรังวิ่งเข้าหาลูกค้ากลุ่มเดิมด้วยวิธีเดิมๆ คือการเผาเงินทิ้ง
.
ในสถานการณ์ที่ SME ไทยต้องสู้ศึกหนักแบบนี้... ธุรกิจของคุณมีวิธี "รับมือ" หรือ "ปรับตัว" กับภาวะต้นทุนพุ่งแต่ลูกค้ากระเป๋าแฟบกันยังไงบ้างครับ ?
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #เศรษฐกิจไทย #กำลังซื้อ #เงินเฟ้อ #กลยุทธ์ธุรกิจ #MarketingStrategy
... See MoreSee Less

ช่วงนี้เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนบ่นกับผมว่า ทำการตลาดเหนื่อยมาก ยิงแอดเท่าเดิม จัดโปรแรงขึ้น แต่ลูกค้ากลับเงียบกริบ หลายคนเริ่มโทษทีมเซลส์ หรือโทษว่าคอนเทนต์ไม่โดนใจ
.
แต่ในมุมมองของเศรษฐศาสตร์ระดับมหภาค (Macroeconomics) ผมอยากบอกความจริงที่ SME ต้องยอมรับว่า... ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เราเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ โครงสร้างกระเป๋าตังค์ของคนไทย กำลังเจอวิกฤตซ้อนวิกฤตด้วย
.
นี่คือ 3 ความจริงของ เงินเฟ้อสไตล์ไทยแลนด์ ที่คุณต้องเข้าใจ หากอยากวางแผนธุรกิจให้รอดในปีนี้
.
🇹🇭 1. เราเจอเงินเฟ้อแบบ ของแพง ไม่ใช่ คนรวยขึ้น
ในประเทศที่เศรษฐกิจดี เงินเฟ้อจะเกิดจากการที่คนมีรายได้เยอะขึ้น แย่งกันซื้อของ ทำให้ของแพงขึ้น
📌 เงินเฟ้อบ้านเราเกิดจาก ต้นทุนฝั่งผลิต (ค่าไฟ, ค่าแรง, ค่าขนส่ง) ที่พุ่งสูงขึ้น บีบให้ราคาสินค้าต้องขยับตาม ทั้งๆที่ความต้องการซื้อ (Demand) ในตลาดยังเหือดแห้ง ผลคือ SME แบกต้นทุนหลังแอ่น แต่ลูกค้ากำลังซื้อลดลง
.
🇹🇭 2. กำแพง หนี้ครัวเรือน ที่สูบกำลังซื้อ
ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงเกิน 90% ของ GDP (สูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย)
📌 ต่อให้คุณทำโปรโมชันลดแลกแจกแถมดีแค่ไหน ลูกค้าก็ รูดบัตรซื้อไม่ไหวแล้ว เพราะวงเงินเต็ม และต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายค่างวดรถ งวดบ้าน ลูกค้าชนชั้นกลางลงไปจึงตัดงบ สินค้าฟุ่มเฟือย ทิ้งอย่างเด็ดขาด และโฟกัสแค่ปัจจัยสี่
.
🇹🇭 3. ภาวะ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ของการตั้งราคา 
SME ไทยกำลังถูกบีบให้อยู่ตรงกลางแซนด์วิช
📌 ถ้าคุณ ขึ้นราคา เพื่อรักษาอัตรากำไร (Margin) ลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคา (Price Sensitive) จะหนีไปหาแบรนด์คู่แข่งทันที แต่ถ้าคุณ ตรึงราคาเดิม เพื่อรักษายอดขาย (Volume) คุณก็กำลังควักเนื้อตัวเองขาดทุนหลังบ้านทุกวัน
.
เมื่อน่านน้ำเดิมมันแห้งขอด การดันทุรังวิ่งเข้าหาลูกค้ากลุ่มเดิมด้วยวิธีเดิมๆ คือการเผาเงินทิ้ง
.
ในสถานการณ์ที่ SME ไทยต้องสู้ศึกหนักแบบนี้... ธุรกิจของคุณมีวิธี รับมือ หรือ ปรับตัว กับภาวะต้นทุนพุ่งแต่ลูกค้ากระเป๋าแฟบกันยังไงบ้างครับ ? 
.
#NinePolthep #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #เศรษฐกิจไทย #กำลังซื้อ #เงินเฟ้อ #กลยุทธ์ธุรกิจ #MarketingStrategy

ยอดขายที่ผ่านมาโตเพราะ 'ฝีมือ' หรือแค่ 'ดวง' ?
หากคุณตอบไม่ได้ด้วยตัวเลข นั่นคือระเบิดเวลาของการขยายธุรกิจ 🔥
.
สำหรับธุรกิจที่อยาก Scale up ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ขายไม่ได้ แต่คือระบบการทำงานเดิมที่ 'ตัน' เพราะทุกอย่างยังรวมศูนย์อยู่ที่เจ้าของ
.
ยิ่งพยายามสเกลโดยการลอกระบบคนอื่นมาใช้แบบไม่เข้าใจตัวเอง ยิ่งทำให้โครงสร้างรวน และคุมทิศทางได้ยาก
----------
ที่ NinePolthep Consulting เราช่วยผู้บริหารย้ายโฟกัสจากงานรายวัน สู่การวาง 'เข็มทิศเชิงกลยุทธ์' ผ่านการวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจจริง
.
📊 Sales Analysis : เปลี่ยนจากความรู้สึก เป็นการวิเคราะห์ยอดขายเชิงลึก เพื่อหา 'จุดแข็ง' ที่ทำเงินได้จริง
📊 Organizational Restructuring : ออกแบบโครงสร้างทีม และระบบการจัดการใหม่ให้รองรับการ Scaling Up ลดการพึ่งพาตัวบุคคล สู่การบริหารด้วยระบบที่เป็นมาตรฐาน
📊 Strategic Action Plan : นำ Insight จากหน้างานจริงมาเปลี่ยนเป็นแผนปฏิบัติการที่ทีมงานเดินตามได้ทันที เพื่อการขยายตัวที่มั่นคง และยั่งยืน
.
อย่าปล่อยให้ความเสี่ยงจากการไม่มีระบบ มาหยุดยั้งโอกาสในการเติบโตของธุรกิจคุณ… สนใจปรึกษาปัญหาธุรกิจ ทักแชทมาพูดคุยกันได้เลยครับ
----------
🎯 ปรึกษาธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาองค์กร
ได้ที่ LINE Official : @ninepolthep (มี @ นำหน้า) หรือ
คลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
ข้อมูลเพิ่มเติม : ninepolthep.com/business-marketing-consulting/
.
#NinePolthep #ที่ปรึกษาธุรกิจ #BusinessConsulting #ScaleUpBusiness #วางกลยุทธ์ธุรกิจ #โครงสร้างองค์กร #SMEThailand #BusinessGrowth
... See MoreSee Less

ยอดขายที่ผ่านมาโตเพราะ ฝีมือ หรือแค่ ดวง ? 
หากคุณตอบไม่ได้ด้วยตัวเลข นั่นคือระเบิดเวลาของการขยายธุรกิจ 🔥
.
สำหรับธุรกิจที่อยาก Scale up  ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ขายไม่ได้ แต่คือระบบการทำงานเดิมที่ ตัน เพราะทุกอย่างยังรวมศูนย์อยู่ที่เจ้าของ
.
ยิ่งพยายามสเกลโดยการลอกระบบคนอื่นมาใช้แบบไม่เข้าใจตัวเอง ยิ่งทำให้โครงสร้างรวน และคุมทิศทางได้ยาก
----------
ที่ NinePolthep Consulting เราช่วยผู้บริหารย้ายโฟกัสจากงานรายวัน สู่การวาง เข็มทิศเชิงกลยุทธ์ ผ่านการวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจจริง
.
📊 Sales Analysis : เปลี่ยนจากความรู้สึก เป็นการวิเคราะห์ยอดขายเชิงลึก เพื่อหา จุดแข็ง ที่ทำเงินได้จริง 
📊 Organizational Restructuring : ออกแบบโครงสร้างทีม และระบบการจัดการใหม่ให้รองรับการ Scaling Up ลดการพึ่งพาตัวบุคคล สู่การบริหารด้วยระบบที่เป็นมาตรฐาน 
📊 Strategic Action Plan : นำ Insight จากหน้างานจริงมาเปลี่ยนเป็นแผนปฏิบัติการที่ทีมงานเดินตามได้ทันที เพื่อการขยายตัวที่มั่นคง และยั่งยืน
.
อย่าปล่อยให้ความเสี่ยงจากการไม่มีระบบ มาหยุดยั้งโอกาสในการเติบโตของธุรกิจคุณ… สนใจปรึกษาปัญหาธุรกิจ ทักแชทมาพูดคุยกันได้เลยครับ 
----------
🎯 ปรึกษาธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาองค์กร
ได้ที่ LINE Official : @ninepolthep (มี @ นำหน้า) หรือ
คลิกเพิ่มเพื่อน > bit.ly/NinePolthep
TikTok, Instagram, Youtube : Nine Polthep
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://ninepolthep.com/business-marketing-consulting/
.
#NinePolthep #ที่ปรึกษาธุรกิจ #BusinessConsulting #ScaleUpBusiness #วางกลยุทธ์ธุรกิจ #โครงสร้างองค์กร #SMEThailand #BusinessGrowth

หลายคนอาจจะมองว่า ปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของตะวันออกกลางที่ไกลตัว
.
แต่ในฐานะที่ปรึกษาธุรกิจ ผมอยากเตือนให้เจ้าของ SME ไทยทุกคน เพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Shockwave) กำลังเดินทางมาถึงหน้าประตูบ้านเราแล้ว
.
โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่สุดคือ "การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ตอนนี้การสัญจรแทบจะเป็นอัมพาต และหากสงครามครั้งนี้ไม่จบลงใน 2-3 สัปดาห์ แต่ "ยืดเยื้อ" ออกไป... นี่คือ 3 คลื่นกระแทกที่ SME ไทยต้องเตรียมรับมือ
.
🔥 "ต้นทุนพลังงาน และลอจิสติกส์" พุ่งทะลุเพดาน
ทันทีที่ช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหา ราคาน้ำมันดิบโลกและก๊าซธรรมชาติจะพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
⚠️ ผลกระทบต่อ SME : ไม่ใช่แค่ค่าน้ำมันเติมรถขนส่งที่จะแพงขึ้น แต่ค่าระวางเรือ (Freight Rate) และค่าเบี้ยประกันภัยสินค้าทางทะเลตอนนี้พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว ใครที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก หรือต้องสั่งวัตถุดิบจากต่างประเทศ เตรียมตัวเจอต้นทุนที่บวกเพิ่มขึ้นในบิลรอบหน้าได้เลย
.
🔥 วัตถุดิบขาดแคลน และแพงขึ้น
ตะวันออกกลางไม่ได้ส่งออกแค่น้ำมัน แต่เป็นแหล่งผลิตสารตั้งต้นสำคัญของโลก
⚠️ ผลกระทบต่อ SME : หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ พลาสติก, เคมีภัณฑ์, ปุ๋ย, บรรจุภัณฑ์ (Packaging) หรือแม้กระทั่งก๊าซหุงต้ม (LPG) ต้นทุนฝั่งการผลิตของคุณจะขยับขึ้นทั้งหมด ยิ่งสงครามยืดเยื้อ ซัพพลายเชนจะยิ่งตึงตัว และอาจเกิดภาวะ "ของขาด" หรือส่งมอบล่าช้ากว่ากำหนด (Lead time ยาวขึ้น)
.
🔥 กำลังซื้อในประเทศหดตัวรุนแรง
นี่คือคลื่นที่น่ากลัวที่สุดสำหรับธุรกิจ B2C เมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนสินค้าทุกอย่างจะแพงตาม (เงินเฟ้อ) ในขณะที่เศรษฐกิจภาพรวมยังฝืดเคือง
⚠️ผลกระทบต่อ SME : ผู้บริโภคจะเข้าสู่โหมด "รัดเข็มขัดขั้นสุด" สินค้าฟุ่มเฟือยจะขายยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าจะชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายค่าครองชีพที่สูงขึ้น
.
ในวิกฤตความขัดแย้งระดับโลกแบบนี้... ธุรกิจที่จะรอด ไม่ใช่ธุรกิจที่สายป่านยาวที่สุด แต่คือธุรกิจที่ "ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำ และปรับตัวไวที่สุด" อย่ารอให้บิลค่าน้ำมัน หรือใบเสนอราคาวัตถุดิบรอบหน้ามาวางบนโต๊ะแล้วค่อยหาทางแก้ เพราะถึงตอนนั้น ต้นทุนที่พุ่งขึ้นอาจจะกลืน "กำไร (Margin)" ของคุณไปจนหมดแล้ว
.
#NinePolthep #เศรษฐกิจโลก #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #ความเสี่ยงธุรกิจ #BusinessStrategy #เศรษฐกิจไทย
... See MoreSee Less

หลายคนอาจจะมองว่า ปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของตะวันออกกลางที่ไกลตัว
.
แต่ในฐานะที่ปรึกษาธุรกิจ ผมอยากเตือนให้เจ้าของ SME ไทยทุกคน เพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Shockwave) กำลังเดินทางมาถึงหน้าประตูบ้านเราแล้ว
.
โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่สุดคือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ตอนนี้การสัญจรแทบจะเป็นอัมพาต และหากสงครามครั้งนี้ไม่จบลงใน 2-3 สัปดาห์ แต่ ยืดเยื้อ ออกไป... นี่คือ 3 คลื่นกระแทกที่ SME ไทยต้องเตรียมรับมือ
.
🔥 ต้นทุนพลังงาน และลอจิสติกส์ พุ่งทะลุเพดาน
ทันทีที่ช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหา ราคาน้ำมันดิบโลกและก๊าซธรรมชาติจะพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
⚠️ ผลกระทบต่อ SME : ไม่ใช่แค่ค่าน้ำมันเติมรถขนส่งที่จะแพงขึ้น แต่ค่าระวางเรือ (Freight Rate) และค่าเบี้ยประกันภัยสินค้าทางทะเลตอนนี้พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว ใครที่ทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก หรือต้องสั่งวัตถุดิบจากต่างประเทศ เตรียมตัวเจอต้นทุนที่บวกเพิ่มขึ้นในบิลรอบหน้าได้เลย
.
🔥 วัตถุดิบขาดแคลน และแพงขึ้น
ตะวันออกกลางไม่ได้ส่งออกแค่น้ำมัน แต่เป็นแหล่งผลิตสารตั้งต้นสำคัญของโลก
⚠️ ผลกระทบต่อ SME : หากคุณอยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ พลาสติก, เคมีภัณฑ์, ปุ๋ย, บรรจุภัณฑ์ (Packaging) หรือแม้กระทั่งก๊าซหุงต้ม (LPG) ต้นทุนฝั่งการผลิตของคุณจะขยับขึ้นทั้งหมด ยิ่งสงครามยืดเยื้อ ซัพพลายเชนจะยิ่งตึงตัว และอาจเกิดภาวะ ของขาด หรือส่งมอบล่าช้ากว่ากำหนด (Lead time ยาวขึ้น)
.
🔥 กำลังซื้อในประเทศหดตัวรุนแรง 
นี่คือคลื่นที่น่ากลัวที่สุดสำหรับธุรกิจ B2C เมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนสินค้าทุกอย่างจะแพงตาม (เงินเฟ้อ) ในขณะที่เศรษฐกิจภาพรวมยังฝืดเคือง
⚠️ผลกระทบต่อ SME : ผู้บริโภคจะเข้าสู่โหมด รัดเข็มขัดขั้นสุด สินค้าฟุ่มเฟือยจะขายยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าจะชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายค่าครองชีพที่สูงขึ้น
.
ในวิกฤตความขัดแย้งระดับโลกแบบนี้... ธุรกิจที่จะรอด ไม่ใช่ธุรกิจที่สายป่านยาวที่สุด แต่คือธุรกิจที่ ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำ และปรับตัวไวที่สุด อย่ารอให้บิลค่าน้ำมัน หรือใบเสนอราคาวัตถุดิบรอบหน้ามาวางบนโต๊ะแล้วค่อยหาทางแก้ เพราะถึงตอนนั้น ต้นทุนที่พุ่งขึ้นอาจจะกลืน กำไร (Margin) ของคุณไปจนหมดแล้ว
.
#NinePolthep #เศรษฐกิจโลก #SMEThailand #เจ้าของธุรกิจ #ความเสี่ยงธุรกิจ #BusinessStrategy  #เศรษฐกิจไทย

เจ้าของธุรกิจ SME หลายๆคนมักถามว่า 'จ่ายเงินทำการตลาดแค่ไหนถึงจะเรียกว่าคุ้ม?' เป็นคำถามที่ผมตอบยากที่สุด ถ้าเรายังไม่รู้ว่า "เป้าหมาย" ของคุณคืออะไร เพราะงบการตลาดที่ 'คุ้ม' ของแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน
.
วันนี้จะมากางสูตรการจัดสรรงบการตลาด เพื่อให้คุณไม่ต้อง "เทเงินทิ้ง" แต่เป็นการ "ลงทุนเพื่อผลกำไร"
.
อย่างแรกทำความเข้าใจก่อนว่า การตลาดคือ ‘การลงทุน’ ไม่ใช่ ‘ค่าใช้จ่าย’❗️
.
ก่อนจะไปดูตัวเลข อยากให้ปรับ Mindset เรื่องนี้ก่อน หลายคนมองการตลาดเป็นค่าใช้จ่าย (Expense) ทำให้เวลาเศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแรกที่ตัดทิ้งคือการตลาด แต่จริงๆ แล้วการตลาดคือการลงทุนเพื่อรักษาระดับยอดขาย
.
ซึ่งการกำหนดเปอร์เซ็นต์งบการตลาด มักคำนวณจาก "ยอดขายรวม (Gross Revenue)" โดยแบ่งได้เป็น 3 ระดับหลักๆ คือ
.
📣 1. ระดับ 5% ของยอดขาย (ประคองตัว - Maintenance)
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว หรือต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิม
💡 เน้นการทำ Remarketing, ดูแลฐานข้อมูลลูกค้าเดิม (CRM) และรักษายอดขายให้คงที่
📊 ความคุ้มค่า : ความเสี่ยงต่ำสุด แต่ยอดขายอาจจะไม่หวือหวา
.
📣 2. ระดับ 10-12% ของยอดขาย (เน้นโต - Growth)
เหมาะสำหรับธุรกิจที่อยากขยายฐานลูกค้าใหม่ หรือคู่แข่งในตลาดเริ่มดุเดือด
💡 เน้นการทำ Content ใหม่ๆ, หา Lead ใหม่ (Customer Acquisition) และเพิ่มการรับรู้ (Awareness)
📊 ความคุ้มค่า : เป็นตัวเลขที่สมดุลที่สุดสำหรับ SME ที่ต้องการขยับขยาย
.
📣 3. ระดับ 20%+ ของยอดขาย (บุกตลาด หรือแจ้งเกิด)
เหมาะสำหรับสินค้าใหม่ (New Launch), ช่วง High Season หรือต้องการชิงส่วนแบ่งตลาดกะทันหัน
💡 เน้นการอัดงบโฆษณาทุกช่องทาง และการใช้ Influencer จำนวนมาก
📊 ความคุ้มค่า : ยอดขายพุ่งไว แต่ "กำไรสุทธิ" จะบางมากในช่วงแรก ต้องดู Cash Flow ให้ดี
.
และสิ่งที่ SME มักพลาดคือลืมดู Gross Profit (GP) หรือกำไรขั้นต้นของตัวเอง ก่อนจะเคาะงบ 5% หรือ 20% ให้กลับมาดูว่า "กำไรหลังหักต้นทุนสินค้าแล้ว คุณเหลือที่ว่าง (Margin) ให้เล่นแค่ไหน?"
.
สรุปแล้วตัวเลข 5% หรือ 20% ไม่มีใครผิดใครถูก มีแต่ "เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณไหม" เท่านั้นเอง แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ ตอนนี้ใช้เงินทำการตลาดไปกี่เปอร์เซ็นต์?
.
#NinePolthep #การตลาดสำหรับSME #งบการตลาด #MarketingStrategy #SMEThailand #วางแผนการตลาด #เจ้าของธุรกิจ #BusinessGrowth
... See MoreSee Less

เจ้าของธุรกิจ SME หลายๆคนมักถามว่า จ่ายเงินทำการตลาดแค่ไหนถึงจะเรียกว่าคุ้ม? เป็นคำถามที่ผมตอบยากที่สุด ถ้าเรายังไม่รู้ว่า เป้าหมาย ของคุณคืออะไร เพราะงบการตลาดที่ คุ้ม ของแต่ละธุรกิจไม่เท่ากัน
.
วันนี้จะมากางสูตรการจัดสรรงบการตลาด เพื่อให้คุณไม่ต้อง เทเงินทิ้ง แต่เป็นการ ลงทุนเพื่อผลกำไร
.
อย่างแรกทำความเข้าใจก่อนว่า การตลาดคือ ‘การลงทุน’ ไม่ใช่ ‘ค่าใช้จ่าย’❗️
.
ก่อนจะไปดูตัวเลข อยากให้ปรับ Mindset เรื่องนี้ก่อน หลายคนมองการตลาดเป็นค่าใช้จ่าย (Expense) ทำให้เวลาเศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแรกที่ตัดทิ้งคือการตลาด แต่จริงๆ แล้วการตลาดคือการลงทุนเพื่อรักษาระดับยอดขาย
.
ซึ่งการกำหนดเปอร์เซ็นต์งบการตลาด มักคำนวณจาก ยอดขายรวม (Gross Revenue) โดยแบ่งได้เป็น 3 ระดับหลักๆ คือ
.
📣 1. ระดับ 5% ของยอดขาย (ประคองตัว - Maintenance)
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว หรือต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิม
💡 เน้นการทำ Remarketing, ดูแลฐานข้อมูลลูกค้าเดิม (CRM) และรักษายอดขายให้คงที่
📊 ความคุ้มค่า : ความเสี่ยงต่ำสุด แต่ยอดขายอาจจะไม่หวือหวา
.
📣 2. ระดับ 10-12% ของยอดขาย (เน้นโต - Growth)
เหมาะสำหรับธุรกิจที่อยากขยายฐานลูกค้าใหม่ หรือคู่แข่งในตลาดเริ่มดุเดือด
💡 เน้นการทำ Content ใหม่ๆ, หา Lead ใหม่ (Customer Acquisition) และเพิ่มการรับรู้ (Awareness)
📊 ความคุ้มค่า : เป็นตัวเลขที่สมดุลที่สุดสำหรับ SME ที่ต้องการขยับขยาย
.
📣 3. ระดับ 20%+ ของยอดขาย (บุกตลาด หรือแจ้งเกิด)
เหมาะสำหรับสินค้าใหม่ (New Launch), ช่วง High Season หรือต้องการชิงส่วนแบ่งตลาดกะทันหัน
💡 เน้นการอัดงบโฆษณาทุกช่องทาง และการใช้ Influencer จำนวนมาก
📊 ความคุ้มค่า : ยอดขายพุ่งไว แต่ กำไรสุทธิ จะบางมากในช่วงแรก ต้องดู Cash Flow ให้ดี
.
และสิ่งที่ SME มักพลาดคือลืมดู Gross Profit (GP) หรือกำไรขั้นต้นของตัวเอง ก่อนจะเคาะงบ 5% หรือ 20% ให้กลับมาดูว่า กำไรหลังหักต้นทุนสินค้าแล้ว คุณเหลือที่ว่าง (Margin) ให้เล่นแค่ไหน?
.
สรุปแล้วตัวเลข 5% หรือ 20% ไม่มีใครผิดใครถูก มีแต่ เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณไหม เท่านั้นเอง แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ ตอนนี้ใช้เงินทำการตลาดไปกี่เปอร์เซ็นต์?
.
#NinePolthep #การตลาดสำหรับSME #งบการตลาด #MarketingStrategy #SMEThailand #วางแผนการตลาด #เจ้าของธุรกิจ #BusinessGrowth

ในยุคที่ Fast Fashion ราคาถูกล้นตลาด... หลายคนอาจมองว่า "งานฝีมือ" เป็นเรื่องของความช้า และสเกลธุรกิจได้ยาก
.
แต่แบรนด์ไทยเล็กๆ อย่าง Nong Rak เพิ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า "ความประณีต" คือแต้มต่อที่ทำให้เราอยู่เหนือคู่แข่ง ด้วยการทะยานติดอันดับ Top 20 Finalist ของ LVMH Prize 2026 รางวัลที่ยิ่งใหญ่ และทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแฟชั่น ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH (เจ้าของ Louis Vuitton และ Dior)
.
การที่แบรนด์โครเชต์ทำมือจากไทยก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างดีไซน์เนอร์ระดับโลกบนเวทีที่ "หิน" ที่สุดได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
.
ลองมาแกะ 3 กลยุทธ์ที่เปลี่ยน "งานฝีมือ" ให้กลายเป็น "World-Class Luxury" ที่ SME ไทยควรเอาเป็นแบบอย่างกันครับ
.
✅ 1. Small is the New Big : เล็กกว่า แต่ ‘ลึก’ กว่า
Nong Rak ไม่ได้พยายามจะขยายโรงงานให้ใหญ่โตเพื่อผลิตทีละหมื่นชิ้น แต่เขาเลือกที่จะรักษาความ "Handcrafted" ที่ทำด้วยมือคนจริงๆ
🎯 กลยุทธ์ : เปลี่ยนข้อจำกัดของการผลิตได้น้อย ให้กลายเป็นความ Exclusive (ความหายาก)
.
✅ 2. สื่อสารด้วย ‘Branding’
แบรนด์มี Storytelling ที่แข็งแรงมาก เขาไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ขาย "ความทรงจำ" และ "ความอบอุ่น" ผ่านการเลือกใช้วัสดุวินเทจ และดีไซน์ที่ดูมีชีวิตจิตใจ
🎯 กลยุทธ์ : การสร้าง Identity ที่ชัดเจนจนเห็นแค่รูปใน Instagram ก็รู้ทันทีว่านี่คือแบรนด์อะไร โดยไม่ต้องมองป้ายชื่อ
.
✅ 3. Niche Market คือทางลัดสู่ระดับโลก
เขาไม่ได้พยายามขายทุกคน แต่เขาเลือกขายกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานศิลปะและงานคราฟต์จริงๆ จนกลายเป็น Community ที่แข็งแรงมากทั่วโลก
🎯 กลยุทธ์ : เมื่อคุณทำเพื่อ "คนกลุ่มหนึ่ง" ให้ดีที่สุด คนกลุ่มนั้นจะกลายเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังที่สุดให้คุณเอง การไประดับโลกไม่ได้หมายถึงต้องขายคน 7 พันล้านคน แต่คือการหา "กลุ่มคนที่รักในสิ่งเดียวกับคุณ" ให้เจอ แม้เขาจะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม
.
ความสำเร็จของ Nong Rak บอกเราว่า... "อย่าแข่งที่ความเร็ว ถ้าคุณสู้เครื่องจักรไม่ได้ แต่จงแข่งที่ความใส่ใจ เพราะเครื่องจักรเลียนแบบหัวใจไม่ได้”
.
หัวใจสำคัญของ SME ยุค 2026 คือการหาจุดสมดุลระหว่าง "ภูมิปัญญา" และ "รสนิยมสากล" เหมือนที่แบรนด์นี้ทำได้ แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ? มี "งานฝีมือ" หรือ "ความพิเศษ" อะไรซ่อนอยู่บ้าง
.
#NinePolthep #nongrak #LVMH #Branding #smethailand
... See MoreSee Less

ในยุคที่ Fast Fashion ราคาถูกล้นตลาด... หลายคนอาจมองว่า งานฝีมือ เป็นเรื่องของความช้า และสเกลธุรกิจได้ยาก 
.
แต่แบรนด์ไทยเล็กๆ อย่าง Nong Rak เพิ่งพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ความประณีต คือแต้มต่อที่ทำให้เราอยู่เหนือคู่แข่ง ด้วยการทะยานติดอันดับ Top 20 Finalist ของ LVMH Prize 2026 รางวัลที่ยิ่งใหญ่ และทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแฟชั่น ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH (เจ้าของ Louis Vuitton และ Dior) 
.
การที่แบรนด์โครเชต์ทำมือจากไทยก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างดีไซน์เนอร์ระดับโลกบนเวทีที่ หิน ที่สุดได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
.
ลองมาแกะ 3 กลยุทธ์ที่เปลี่ยน งานฝีมือ ให้กลายเป็น World-Class Luxury ที่ SME ไทยควรเอาเป็นแบบอย่างกันครับ
.
✅ 1. Small is the New Big : เล็กกว่า แต่ ‘ลึก’ กว่า
Nong Rak ไม่ได้พยายามจะขยายโรงงานให้ใหญ่โตเพื่อผลิตทีละหมื่นชิ้น แต่เขาเลือกที่จะรักษาความ Handcrafted ที่ทำด้วยมือคนจริงๆ
🎯  กลยุทธ์ : เปลี่ยนข้อจำกัดของการผลิตได้น้อย ให้กลายเป็นความ Exclusive (ความหายาก)
.
✅ 2. สื่อสารด้วย ‘Branding’
แบรนด์มี Storytelling ที่แข็งแรงมาก เขาไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ขาย ความทรงจำ และ ความอบอุ่น ผ่านการเลือกใช้วัสดุวินเทจ และดีไซน์ที่ดูมีชีวิตจิตใจ
🎯  กลยุทธ์ : การสร้าง Identity ที่ชัดเจนจนเห็นแค่รูปใน Instagram ก็รู้ทันทีว่านี่คือแบรนด์อะไร โดยไม่ต้องมองป้ายชื่อ
.
✅ 3. Niche Market คือทางลัดสู่ระดับโลก
เขาไม่ได้พยายามขายทุกคน แต่เขาเลือกขายกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานศิลปะและงานคราฟต์จริงๆ จนกลายเป็น Community ที่แข็งแรงมากทั่วโลก
🎯  กลยุทธ์ : เมื่อคุณทำเพื่อ คนกลุ่มหนึ่ง ให้ดีที่สุด คนกลุ่มนั้นจะกลายเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังที่สุดให้คุณเอง การไประดับโลกไม่ได้หมายถึงต้องขายคน 7 พันล้านคน แต่คือการหา กลุ่มคนที่รักในสิ่งเดียวกับคุณ ให้เจอ แม้เขาจะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม
.
ความสำเร็จของ Nong Rak บอกเราว่า... อย่าแข่งที่ความเร็ว ถ้าคุณสู้เครื่องจักรไม่ได้ แต่จงแข่งที่ความใส่ใจ เพราะเครื่องจักรเลียนแบบหัวใจไม่ได้”
.
หัวใจสำคัญของ SME ยุค 2026 คือการหาจุดสมดุลระหว่าง ภูมิปัญญา และ รสนิยมสากล เหมือนที่แบรนด์นี้ทำได้ แล้วธุรกิจของคุณล่ะครับ? มี งานฝีมือ หรือ ความพิเศษ อะไรซ่อนอยู่บ้าง
.
#NinePolthep #nongrak #LVMH #Branding #smethailand

1 CommentComment on Facebook

ตามไปศึกษาข้อมูลของแบรนด์และชื่นชมฝีมือคนไทย เพิ่มเติมได้ จากลิ้งค์ด้านล่างนี้เลยครับ nong-rak.com/pages/our-shop

เจ้าของ SME หลายคนภูมิใจที่ตัวเองเป็น "Super Manager" รู้ทุกเรื่อง ตัดสินได้ทุกอย่าง และยุ่งที่สุดในบริษัท แต่ความจริงแล้ว "ความยุ่ง" ของเจ้าของ ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเสมอไป
.
เพราะถ้าบริษัทขยับต่อไม่ได้หากขาดคุณ นั่นคือสัญญาณอันตรายว่าคุณกำลังเป็น 'คอขวด' (Bottleneck) ที่กั้นความเติบโตของธุรกิจตัวเองอยู่
.
ลองเช็ก 3 อาการนี้ กำลังเกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า?
.
⚠️ 1. ทุกอย่างต้อง "รอ" คุณเคาะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ ถ้าพนักงานต้องพูดประโยคที่ว่า "รอถามเจ้านายก่อน" ในทุกๆเรื่อง ผลที่ตามมาคือความล่าช้า และพนักงานจะเลิกใช้ความคิด เพราะรู้ว่าสุดท้ายคุณก็จะเป็นคนตัดสินใจให้อยู่ดี
💡 งานในบริษัทไหลช้าลง หรือหยุดชะงักทันทีเมื่อคุณไม่อยู่หน้าจอ หรือติดประชุมใช่ไหม?
.
⚠️ 2. คุณคือคนที่ "ยุ่งที่สุด" ในทีม
ในขณะที่ลูกน้องต้องนั่งรองานจากคุณ แต่คุณกลับต้องทำงานจนดึกดื่นเพื่อไล่ตอบแชท ตรวจไฟล์งาน หรือลงไปทำหน้างานเองทุกอย่าง นั่นเพราะคุณกำลังทำงาน "ใน" ธุรกิจ (Operations) จนไม่มีเวลาทำงาน "บน" ธุรกิจ (Strategy)
💡 วันนี้คุณได้ใช้เวลาวางแผนอนาคตบริษัทบ้างไหม? หรือทั้งวันหมดไปกับการ "ดับไฟ" รายวัน?
.
⚠️ 3. รายได้แตะ "เพดาน" เพราะเวลาของคุณหมด
หากยอดขายของบริษัทผูกติดอยู่กับ "ความสามารถส่วนตัว" ของคุณ เช่น ต้องคุณไปขายเองเท่านั้นถึงจะได้งาน หรือต้องคุณคุมการผลิตเองคุณภาพถึงจะดี รายได้บริษัทก็จะตันอยู่ที่ขีดจำกัดของแรง และเวลาที่คุณมี
💡 ถ้าอยากได้ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่า คุณต้องทำงานหนักขึ้น 2 เท่าด้วยใช่ไหม? ถ้าใช่... ระบบของคุณมีปัญหาแล้ว
.
ทางแก้สำหรับเจ้าของธุรกิจที่เป็น “คอขวด” คือ
📌 สร้างระบบ (SOP) : เปลี่ยน "ความรู้ในหัวคุณ" ให้กลายเป็น "คู่มือ" ที่ใครทำตามก็ได้มาตรฐานเดียวกัน
📌 หัดมอบหมาย (Delegate) : เริ่มจากอนุญาตให้ลูกน้อง "ตัดสินใจผิดได้บ้าง" ในงบประมาณที่จำกัด เพื่อฝึกให้เขาโต
📌 จ้างคนเก่งกว่ามาทำแทน : อย่ากลัวที่จะจ้างคนที่เก่งกว่าคุณในด้านนั้นๆ มาคุมงานแทน เพื่อให้คุณมีเวลาไปวางแผนภาพใหญ่แทน
.
หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจไม่ใช่การเป็น "ฟันเฟือง" ที่ดีที่สุดครับ แต่คือการเป็น "วิศวกร" ที่ออกแบบให้เครื่องจักรเดินต่อได้เองโดยไม่ต้องมีคุณคอยปั่น
.
#NinePolthep #businessstrategy #ที่ปรึกษาธุรกิจ #การจัดการองค์กร
... See MoreSee Less

เจ้าของ SME หลายคนภูมิใจที่ตัวเองเป็น Super Manager รู้ทุกเรื่อง ตัดสินได้ทุกอย่าง และยุ่งที่สุดในบริษัท แต่ความจริงแล้ว ความยุ่ง ของเจ้าของ ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเสมอไป
.
เพราะถ้าบริษัทขยับต่อไม่ได้หากขาดคุณ นั่นคือสัญญาณอันตรายว่าคุณกำลังเป็น คอขวด (Bottleneck) ที่กั้นความเติบโตของธุรกิจตัวเองอยู่
.
ลองเช็ก 3 อาการนี้ กำลังเกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า?
.
⚠️ 1. ทุกอย่างต้อง รอ คุณเคาะ 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ ถ้าพนักงานต้องพูดประโยคที่ว่า รอถามเจ้านายก่อน ในทุกๆเรื่อง ผลที่ตามมาคือความล่าช้า และพนักงานจะเลิกใช้ความคิด เพราะรู้ว่าสุดท้ายคุณก็จะเป็นคนตัดสินใจให้อยู่ดี
💡 งานในบริษัทไหลช้าลง หรือหยุดชะงักทันทีเมื่อคุณไม่อยู่หน้าจอ หรือติดประชุมใช่ไหม?
.
⚠️ 2. คุณคือคนที่ ยุ่งที่สุด ในทีม 
ในขณะที่ลูกน้องต้องนั่งรองานจากคุณ แต่คุณกลับต้องทำงานจนดึกดื่นเพื่อไล่ตอบแชท ตรวจไฟล์งาน หรือลงไปทำหน้างานเองทุกอย่าง นั่นเพราะคุณกำลังทำงาน ใน ธุรกิจ (Operations) จนไม่มีเวลาทำงาน บน ธุรกิจ (Strategy)
💡 วันนี้คุณได้ใช้เวลาวางแผนอนาคตบริษัทบ้างไหม? หรือทั้งวันหมดไปกับการ ดับไฟ รายวัน?
.
⚠️ 3. รายได้แตะ เพดาน เพราะเวลาของคุณหมด 
หากยอดขายของบริษัทผูกติดอยู่กับ ความสามารถส่วนตัว ของคุณ เช่น ต้องคุณไปขายเองเท่านั้นถึงจะได้งาน หรือต้องคุณคุมการผลิตเองคุณภาพถึงจะดี รายได้บริษัทก็จะตันอยู่ที่ขีดจำกัดของแรง และเวลาที่คุณมี
💡 ถ้าอยากได้ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่า คุณต้องทำงานหนักขึ้น 2 เท่าด้วยใช่ไหม? ถ้าใช่... ระบบของคุณมีปัญหาแล้ว
.
ทางแก้สำหรับเจ้าของธุรกิจที่เป็น “คอขวด” คือ
📌 สร้างระบบ (SOP) : เปลี่ยน ความรู้ในหัวคุณ ให้กลายเป็น คู่มือ ที่ใครทำตามก็ได้มาตรฐานเดียวกัน
📌 หัดมอบหมาย (Delegate) : เริ่มจากอนุญาตให้ลูกน้อง ตัดสินใจผิดได้บ้าง ในงบประมาณที่จำกัด เพื่อฝึกให้เขาโต
📌 จ้างคนเก่งกว่ามาทำแทน : อย่ากลัวที่จะจ้างคนที่เก่งกว่าคุณในด้านนั้นๆ มาคุมงานแทน เพื่อให้คุณมีเวลาไปวางแผนภาพใหญ่แทน
.
หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจไม่ใช่การเป็น ฟันเฟือง ที่ดีที่สุดครับ แต่คือการเป็น วิศวกร ที่ออกแบบให้เครื่องจักรเดินต่อได้เองโดยไม่ต้องมีคุณคอยปั่น
.
#NinePolthep #businessstrategy #ที่ปรึกษาธุรกิจ #การจัดการองค์กร
Load more

เลขที่ 1 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น 27
ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร
กรุงเทพมหานคร 10120

SCAN THE QR CODE TO CONTACT

เปิดแอพ LINE ของคุณแล้วใช้ตัวอ่านคิวอาร์โค้ดในแอพ

COPYRIGHT 2023 © NINEPOLTHEP.COM

THANK YOU

ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ
ทางทีมงานจะดำเนินการยืนยันการลงทะเบียนเรียนของท่านทางอีเมลโดยเร็วที่สุด